สัปดาห์ที่ 13
เตือนภัยหลอกโอนเงินแบบใหม่
มีคนโทรเข้ามาบอกว่าเป็นพนักงานแบงค์กรุงเทพฯ บอกว่ามีลูกค้าโอนเงิน เข้ามาที่บัญชีเราผิด บอกเลขบัญชีทุกอย่างถูกหมด แล้วก็บอกให้โอนเงินกลับด้วย เพราะว่าลูกค้าคนนั้น เดือดร้อนมาก เราก็บอกว่าขอไปเช็คก่อน
พอวันต่อมาเราไปกดตังค์ก็พบว่ามีเงินเข้ามาบัญชีเราผิดตามจำนวนที่เค้าบอกจริงๆ ก็เลยโอนคืนไปให้... ก็ไม่คิดว่ามีอะไร เพราะมันก็ไม่ใช่เงินเราจริง....
จนมาวันนี้ได้รับใบ แจ้งหนี้ CITIBANK มี ยอด Call for cash ให้ผ่อนจ่ายรายเดือน ก็เลยโทรไปเช็คที่ call center เค้าบอกว่าเราโทรไปขอเบิกเงินสดเข้าบัญชีเราเอง เราก็บอกว่าไม่ได้ทำ.. .อย่างนี้ก็โดนหลอกแล้วซิ พนักงาน call center ก็ได้แต่บอกให้ไปแจ้งความ ซึ่งก็ยังดีที่เราเก็บ slip ที่เราโอน เงินไว้นะ......
วิธีแก้ไข หากคุณเจอเหตุการแบบนี้
หากเจอแบบนี้ ไม่ต้องทำรายการโอนครับ ถึงจะมีการโอนเข้ามาผิดจริงทางธนาคารสามารถทำรายการแก้ไขได้เองอยู่แล้ว การทำรายการโอนเงินเท่ากับเราเป็นผู้สั่งโอน การแก้ไขจะทำได้ลำบากขึ้น
หรือหากเป็นการโอนจาก ATM หรือ CDM ให้ขอหลักฐานเป็นหนังสือออก โดยธนาคารมาให้เราก่อน ( ตัวจริงนะครับ) แล้ว เช็คข้อมูลกับธนาคารต้นทางก่อนจนแน่ใจอีก 4-5 วันค่อยโอนก้อไม่เสียหาย เพราะไม่ได้มีเจตนาโกง ฟ้องมาก้อชนะแน่นอน
ถ้า เป็นการทำรายการ โอนผิด ธนาคารแค่แจ้งลูกค้าปลายทาง แล้วจัดการเองได้เลยแน่นอน
นี่เป็นวิธีหลอกลวงแบบใหม่ เพื่อนๆ โปรดระวัง แจ้งเตือนกันให้ทั่วคนส่วนใหญ่ในสังคมเป็นคนดี...อยากคืนเงินคนที่เดือดร้อนแน่อยู่แล้ว ดังนั้นมีโอกาสตกหลุมนี้ได้ไม่ยากเลย
เจ้าของบัญชีที่รับโอนกลับคงเป็นคนบ้านนอก ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรนักถูกจ้างให้เปิดบัญชี พร้อมบัตร ATM ได้ เงิน 200-300 บาทก็เอาแล้วคนโกงก็กด ATM เชิดไปแล้วหลายหมื่น
ข้อควรระวังเรื่องนี้
1. ถ้าโอนผิดจริง แบงก์สาขาจะสามารถจัดการได้เองเลย เราไม่ต้องทำอะไรครับ
2. เบอร์โทรเข้ามา ถ้าแปลกๆ แบบไม่แสดงเบอร์ หรือ เป็นแบบโทรจาก internet ให้ระวังไว้ก่อนเลยครับ
3. ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิต ควรทำลายอย่าให้เหลือเห็นข้อมูลต่างๆ เช่น วงเงินสินเชื่อ หรือ
เลขบัญชีธนาคารที่ตัดอัตโนมัติ
จาก เว็บภัยผู้หญิง
ระวังอีเมลขยะหลอกโอนเงินช่วยเหยื่อเฮติ
หลายๆ ประเทศพยายามให้ความช่วยเหลือโดยการบริจาคสิ่งของ และบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ในประเทศไทยเองก็เช่นกัน องค์กรและหน่วยงานหลายๆ หน่วยงานพยายามให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการเชิญชวนให้ร่วมบริจาคสิ่งของและเงิน การส่ง sms เพื่อสบทบทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัย รวมไปถึงการส่งฟอร์เวิร์ดเมล์เพื่อเชิญชวนให้ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัย …
แน่นอนว่าในสถานการณ์เช่นนี้ย่อมมีพวกหวังดีประสงค์ร้าย หรือพวกมิจฉาชีพที่คอยใช้สถานการณ์โศกนาฏกรรมครั้งนี้หาผลประโยชน์ใส่ตัว อย่างล่าสุดนี้ได้มีการแจ้งเตือนถึงมิจฉาชีพที่อาจแฝงตัวมาโดยการส่งอีเมลขยะที่ชวนบริจาคเงิน โดยกลลวงที่พวกมิจฉาชีพใช้นั้นก็คือจะอาศัยเหตุการณ์โศกนาฏกรรมแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในเฮติ หาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองด้วยการส่งอีเมล์หลอกให้ผู้ใจบุญ โอนเงินเข้าบัญชี โดยใช้อีเมล์ปลอมส่งผลให้เครื่องคอมพิวเตอร์ติดมัลแวร์อีกด้วย
iPad - Tablet จาก Apple ที่ทุกคนรอคอย??
ในที่สุดก็เผยโฉมออกมาเรียบร้อยแล้วสำหรับ iPad หรืออุปกรณ์ Tablet ของ Apple ที่หลายๆคนคาดหวังไว้มากว่าจะมาสร้างความแปลกใหม่ให้กับวงการ รวมทั้งมีข่าวลือออกมาก่อนเป็นระยะๆนานนับเดือนว่าเจ้า Tablet ของ Apple นี้จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร มีการใช้งานอะไรบ้าง แต่ Apple ก็เป็นบริษัทที่สามารถเก็บข่าวได้ดีในระดับพอสมควร ทุกอย่างเป็นความลับไม่มีการออกมาปฏิเสธหรือยอมรับกับข่าวลือใดๆทั้งสิ้น ทุกๆอย่างรอที่จะเผยข้อมูลจริงในวันที่ 27 มกราคม 2010 พร้อมๆกันทีเดียว

ยุคแห่งข่าวลือ
ก่อนที่เจ้า iPad จะถูกเปิดตัวออกมานั้นก็มีข่าวลือออกมาเป็นระยะๆทั้งจริง และไม่จริงบ้างว่า Apple เตรียมที่จะผลิตอุปกรณ์ประเภท Tablet นี้ออกมา โดยยุคแรกๆช่วงปี 2002 จะมีข่าวว่าเป็น iPod ที่มีหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ ซึ่งข้อมูลข่าวลือนี้ก็เริ่มมีออกมาค่อนข้างมากในช่วงปีที่แล้ว ที่ Apple ประสบความสำเร็จอย่างมากกับ iPhone และก็มีการลือว่า Apple พัฒนาอุปกรณ์ที่เหมือน iPhone แต่มีขนาดใหญ่กว่าออกมา รวมถึงมีข่าวจากผู้ผลิตชิ้นส่วนในจีนในไต้หวันออกมาว่ามีการสั่งชิ้นส่วนบางอย่างไป และคาดว่าจะถูกนำไปใช้ผลิต Tablet จนถึงคาดว่าจะมีการใช้ชื่อว่า iSlate เพราะมีการไปจดโดเมนเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว และยังมีการนำเอาภาพการจดสิทธิบัตรต่างๆที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องมาเปิดเผยในเวบต่างๆ ทำให้ค่อนข้างมั่นใจว่าคราวนี้ Apple เตรียมผลิต Tablet ออกมาจริงไม่ใช่เป็นแค่ข่าวลือเหมือนที่ผ่านๆมาแล้ว
เปิดตัวมาไม่แนวอย่างที่คิด
ในที่สุดวันที่ 27 มกราคม 2010 ที่ผ่านมา Apple ก็ได้มีการเปิดตัว Tablet ออกมาอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ iPad โดยสเป็คคร่าวๆนั้นจะมีขนาดกว้าง 9.7นิ้ว หนาครึ่งนิ้ว หนักประมาณ 1.5ปอนด์ ใช้หน้าจอสัมผัส IPS LED, ชิพประมวลผล A4 ความเร็ว 1GHz ที่ Apple พัฒนาขึ้นมาเอง แบตเตอรี่สามารถใช้งานต่อเนื่อง 10ชั่วโมง ความจุข้อมูลจะมีให้เลือกในขนาด 16, 32 และ 64GB สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi และมีรุ่นที่รองรับการใช้งานเครือข่าย 3G ได้ โดยราคาจำหน่ายอยู่ที่ $499 สำหรับรุ่น 16GB, $599 สำหรับรุ่น 32GB และ $699 สำหรับรุ่น 64GB ถ้าต้องการเพิ่มการเชื่อมต่อ 3G จะมีราคาแพงขึ้นไปอีก $130 ซึ่ง Apple มีแผนจะส่งออกจำหน่ายรุ่น Wi-Fi ในช่วงปลายเดือนมีนาคม ส่วนรุ่นที่รองรับ 3G นั้นจะถูกส่งจำหน่ายในเดือนเมษายน
ชิพ A4 หัวใจหลักของ iPad
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถดูได้จาก http://www.apple.com/ipad/
ข้อมูลจาก http://www.engadget.com/
เมื่อ iPod Dock และ Headphone Amp ฟิวชั่นกันใน Audio Techica AT-HA 35i !!
คุณเป็นอีกคนหนึ่งใช่ไหมที่กำลังเมียงมองหา Headphone Amp ตัวบึ๊กๆ สักตัวเพื่อใช้งานกับหูฟังชุดบ้านสุดหรู แต่ต้องมากังวลกับการหา Souce ดีๆ สักตัวและต้องมาปวดหัวอีกครั้งกับการบวกลบคูณหารสายสัญญาณแหล่มๆ ที่จะไม่ทำให้ชุดเสียงของคุณห่วยลงไปเพราะใช้สายถูกๆ แต่วันนี้ทุกอย่างไปหมดไปด้วยการฟิวชั่นผสานระหว่าง iPod Dock และ Headphone Amp ในผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดจาก Audio Techica รุ่น AT-HA 35i !!!
Audio Techica AT-HA 35i มีหน้าตารูปลักษณ์ดูผิวๆ แล้วก็เหมือนกับ Headphone Amp ตั้งโต๊ะอยู่บ้านทั่วๆ ไป ที่มีสเปคนำโดย D/A Converter รองรับคุณภาพเสียง 192 kHz/24bit มีแรงขับสูงสุดอยู่ที่ 440mW x2 , ตอบสนองสัญญาณความถี่ระดับ 20-20 kHz บน Sampling 32 kHz, 44.1 kHz และ 48 kHz แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ AT-HA 35i แตกต่างไปจากพวกพ้องก็คือการที่ผู้ผลิตยัดเอา Docking ของ iPod แบบ Build-in มาใส่ไว้ที่ส่วนหัวนั่นเองครับ ซึ่งนอกจากจะมีแจ๊คเอาท์พุทสัญญาญออกทางช่อง "Phone " ด้านหนัาแล้ว Audio Techica ยังได้ยัดเอาท์พุททุกรูปแบบประกอบไปด้วย RCA, S-Video, และ digital audio outputs ไว้ให้อย่างเพียบพร้อมบริเวณด้านหลังรอบๆ ตัวเแอมป์เอง พร้อมๆ กับแถมรีโมทตัวจิ๋วให้ 1 ตัว
และแน่นอนถึงแน่นอนที่สุด ทุกอย่างที่พะยี่ห้อ Audio Techica ไม่ได้มาด้วยราคาถูกๆ Audio Techica AT-HA 35i มีราคาค่าตัวอยู่ที่ประมาณ 50,400 เยนญี่ปุ่น หรือ 560 ดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 17,000 บาทไทยแลนด์ และพร้อมวางจำหน่ายที่ประเทศผู้ผลิต (ญี่ปุ่น) ที่แรกในวันที่ 19 กุมภาฯ นี้
สัปดาห์ที่ 12
เตือนภัย"อีเมล์"ลวงโลก
กสิกรฯ เตือนภัย"อีเมล์"ลวงโลก
ธนาคารกสิกรไทยออกประกาศเตือนภัยกลุ่มมิจฉาชีพไฮเทค ใช้กลลวงประเภท "ฟิชชิ่ง" จัดทำเว็บไซต์และอีเมล์ปลอม ต้มตุ๋นลูกค้ากสิกรที่ใช้บริการ K-Cyber Banking
รายงานข่าวจากกสิกรไทยระบุว่า ขณะนี้มีอีเมล์หลอกลวงจากมิจฉาชีพส่งถึงบุคคลทั่วไป โดยแจ้งว่าบัญชีของท่านมีปัญหา หรือธนาคารมีการพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยใหม่ และร้องขอให้ท่านทำรายการ/แก้ปัญหาด้วยการคลิกลิงก์ในอีเมล์ดังกล่าว ซึ่งจะเชื่อมต่อไปยังเว็บไซต์ปลอม ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับหน้าจอ K-Cyber Banking ทุกประการ แต่ URL หรือที่อยู่เว็บไซต์ไม่ใช่ของธนาคาร เช่น greenmonsterarts.co.uk, ad-park.com/catalog/Access หรือชื่ออื่นๆ ที่อาจจะมีชื่อคล้ายคลึง URL ของธนาคาร
"ธนาคารขอย้ำว่าไม่มีนโยบาย ส่งอีเมล์ที่มีลิงก์ให้ท่านคลิกเพื่อเข้าสู่ระบบใดๆ หรือสอบถามข้อมูลส่วนตัวใดๆ ผ่านทางอีเมล์ หากท่านต้องการเข้าสู่ระบบ K-Cyber Banking หรือระบบใดๆ ของธนาคาร ท่านจะต้องใช้ Shortcut (Favorite) ท่านสร้างด้วยตนเองหรือพิมพ์URL ด้วยตัวท่านเองเท่านั้น หากท่านได้กรอกข้อมูลลงไปใน Websiteปลอมแล้ว กรุณาติดต่อ K-Contact Center 0-2888-8888 โดยด่วน เพื่อเปลี่ยนรหัสลับ หรือรีบอายัดบัญชี" ธ.กสิกรไทย แถลง
เตือนภัยมัลแวร์อาจโจมตีเว็บไซต์ได้
องค์กรควบคุมด้านระบบรักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์ได้ออก มากล่าวเตือนภัยแก่เจ้าของเว็บไซต์ว่า ให้ทำการระวังไวรัสประเภทมัลแวร์ตัวใหม่ที่จะเข้ามาโจมตีเวบไซต์ได้
โดยจากรายงานของ Websense Security Labs ล่าสุดพบว่า มีเว็บไซต์กว่า 40,000 เว็บไซต์แล้วที่ถูกโจมตีด้วยโค้ด JavaScript ที่เป็นอันตราย
ซึ่งจะทำการ Redirect ไปยัง Web surfer ปลอมๆที่ถูกสร้างขึ้นมาให้มีลักษณะคล้ายกับ Google Analytics โดยภายหลังจากที่มีผู้ใช้เข้ามายังเวบไซต์ที่ถูกโจมตีแล้ว มัลแวร์พวกนี้ก็จะอาศัยช่องโหว่ของบราวเซอร์ เพื่อที่จะเข้าไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ได้
แต่ถ้าหากบราวเซอร์ของผู้ใช้ไม่มีจุดอ่อน ก็จะพยายามหากลอุบายมาให้ผู้ใช้ทำการดาวน์โหลดโทรจัน โดยวิธีการที่พวกมัลแวร์เข้ามาโจมตีนี้ ยังมีรายละเอียดไม่แน่ชัด แต่จากการตรวจสอบ Web surfer ปลอมที่ถูกสร้างขึ้นมา พบว่า มีโฮสอยู่ในประเทศยูเครน ซึ่งน่าจะหมายความว่า Russian Business Network อาจจะอยู่เบื้องหลังของเรื่องนี้ก็เป็นได้
แหล่งข่าว Pantip Tech New
ค่ายโน้ตบุ๊ก 3 รายใหญ่
ค่ายโน้ตบุ๊ก 3 รายใหญ่ โตชิบา-เอเซอร์- อัสซุส เผยโรดแมปเทคโนโลยี พ.ศ.นี้ ;หน้าจอต้องเป็นมัลติทัชสกรีน ควบคุมการสั่งการได้ด้วย 2 นิ้ว รองรับสื่อสารไร้สาย 3 จี แบตเตอรี่ใช้งานนาน 6-11 ชั่วโมง เตรียมขนเทคโนโลยีประชันกันสนั่น
นายถกล นิยมไทย ผู้จัดการประจำประเทศไทย แผนกไอที บริษัทโตชิบา ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่าเทคโนโลยีใหม่สำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์พกพา หรือ โน้ตบุ๊กปีนี้นอกจากนี้จะมีตัวประมวลผลใหม่ ของอินเทล และวินโดว์ส 7 แล้วยังมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของหน้าจอ โดยปีนี้บริษัทจะนำโน้ตบุ๊กที่มีหน้าจอสัมผัส หรือ ทัชสกีน แบบมัลติทัช ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้สองนิ้วในการควบคุมการทำงานเข้ามาทำตลาด เช่นเดียวกับโน้ตบุ๊กรุ่นที่มีหน้าจอรองรับการแสดงผล 3 มิติ (3D) ขณะเดียวกันในปีนี้ก็จะมีโน้ตบุ๊กที่รองรับการสื่อสารไร้สายแบบ 3 จี เข้ามาทำตลาด
นอกจากนี้โน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ที่ออกสู่ตลาดปีนี้จะมีอายุการใช้งานแบตเตอรี่ยาวนานขึ้น 6-11 ชั่วโมง จากเดิมมีแบตเตอรี่รับรองการใช้งานได้สูงสุดประมาณ 2-6 ชั่วโมง ทั้งนี้รองรับพฤติกรรมของผู้ใช้งานโน้ตบุ๊ก ที่มีความต้องการแบตเตอรี่ที่มีระยะเวลาการใช้งานนานเพื่อรองรับการใช้งานแบบเคลื่อนที่ หรือ โมบิลิตีมากขึ้น
นายถกล กล่าวต่ออีกว่าในปีนี้บริษัทจะมีโน้ตบุ๊กรุ่นพิเศษ ฉลอง 25 ปี โตชิบา ประเทศไทย เข้ามาทำตลาด โดยคุณสมบัติเด่นที่สำคัญ คือ มีเทคโนโลยีสำหรับการอ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ หรือ อี-บุ๊ก นอกจากนี้ยังมีโน้ตบุ๊กราคาประหยัดต่ำกว่า 15,000 บาท เข้ามาทำตลาด ซึ่งปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ 35% โดยสามารถรักษาส่วนแบ่งตลาดอันดับ 3 เอาไว้ ทั้งนี้คาดว่าจะมีส่วนแบ่งตลาดปีนี้ 10% จากตลาดรวมปีนี้ที่คาดว่าจะมียอดซื้อขายประมาณ 1,800,000- 2,000,000 เครื่อง จากเดิมปีที่ผ่านมามีส่วนแบ่งตลาด 7%
ขณะที่นายบุญชัย เงาวิศิษฎ์กุล รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์คอนซูเมอร์ บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด กล่าวว่าโน้ตบุ๊กรุ่นใหม่ของเอเซอร์ที่ออกมาสู่ตลาดปีนี้จะมีน้ำหนักเบา และบาง นอกจากนี้ยังใช้ตัวประมวลผลคอร์ไอ ใหม่ของอินเทล ขณะที่แบตเตอรี่จะมีระยะเวลาใช้งานนาน 10-12 ชั่วโมง จากเดิมมี 3-5 ชั่วโมง นอกจากนี้ยังมีโน้ตบุ๊ก ที่รองรับการสื่อสารไร้สาย 3 จี ออกมาสู่ตลาด โดยมองว่าครึ่งปีหลังตลาดโน้ตบุ๊ก ที่รองรับการใช้งานไร้สาย 3 จี จะมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น และเป็นจุดขายหลักของผู้ค้าในปีนี้ เช่นเดียวกับโน้ตบุ๊กหน้าจอทัชสกีน แบบมัลติทัช และ 3D ที่เอเซอร์เป็นผู้ผลิตรายแรกที่เปิดตัวทั้ง 2 ผลิตภัณฑ์ก่อนเป็นรายแรก โดยในปีนี้จะมีโปรดักต์หน้าจอทัชสกีน แบบมัลติทัช และ 3D ออกมาสู่ตลาดมากขึ้น ส่วนผลิตภัณฑ์เน็ตบุ๊ก นั้นจะมีเน็ตบุ๊กขนาด 10-11 นิ้ว มีสีสันมากขึ้น รองรับการสื่อสารไร้สาย 3 จีเข้ามาทำตลาด
ส่วนนายพรเทพ วัชรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัทอัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าไฮไลต์เทคโนโลยีหลักของอัสซุส ไตรมาสแรกคงเป็นโน้ตบุ๊กที่ใช้ตัวประมวลผล คอร์ไอ3 คอร์ไอ5 และคอร์ไอ 7 ของอินเทล และระบบปฏิบัติการวินโดว์ส 7 รวมไปถึงดีไซน์ใหม่ที่มีน้ำหนักบางและเบามากขึ้น รวมไปถึงคีย์บอร์ดที่มีดีไซน์มากขึ้น และรองรับการเชื่อมต่อผ่านพอร์ตยูเอสบี 3.0
นอกจากนี้โน้ตบุ๊กที่เน้นระบบเสียง มีวัสดุเป็นอะลูมิเนียมทั้งหมด หน้าจอ 19 นิ้ว ที่มีการเปิดตัวในงานคอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ (ซีอีเอส) ประเทศสหรัฐฯ คาดว่าจะเข้ามาทำตลาดปีนี้ โดยมุ่งไปยังตลาดไฮเอนด์ เช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์โน้ตบุ๊ก 3 ดี สำหรับกลุ่มผู้เล่นเกม ส่วนเน็ตบุ๊กนั้นจะมีรุ่นที่รองรับการใช้งานสื่อสารไร้สาย 3 จีเข้ามาทำตลาดมากขึ้น หลังจากที่นำมาทดสอบตลาดเมื่อปลายปีที่ผ่านมา 1 รุ่น
สัปดาห์ที่ 11
เรเดียส ชุดหูฟัง-ไมค์พร้อมรีโมท สำหรับ iPod, iPhone 3G และ iPhone 3Gs (RK-AHF12)
ชุดหูฟัง-ไมค์พร้อมรีโมทหนึ่งเดียวที่ทำงานร่วมกับ iPhone 3GS ได้อย่างสมบูรณ์และได้โลโก้ Works with iPhone3G และด้วยรีโมทแบบครบทุกฟังก์ชั่นกับปุ่มสั่งงานแบบมัลติทาสก์ ทั้งคำสั่งเล่นเพลง/หยุดเพลง/เลื่อนเพลง/เล่นซำ้/รับสายโทรศัพท์/voice control สนับสนุนการสั่งงานด้วยเสียง พิเศษด้วยปุ่มปรับเพิ่ม-ลดระดับเสียงทั้งขณะสนทนาหรือฟังเพลง หูฟังแบบอินเอียที่ให้คุณภาพเสียงสเตอริโอเก็บรายละเอียดของเสียงได้ครบ ให้เสียงเบสดีด้วยตัวขับขนาด 13มิล. ตัวหูฟังออกแบบให้มีองศาเข้ากับช่องหูยามสวมใส่ลดอาการเจ็บล้าและให้โสตสัมผัสเสียงอย่างเต็มอิ่ม พร้อมซิลิโคนกันเสียงรบกวนที่เปลี่ยนได้สามขนาด ดีไซน์หรูด้วยการผสมผสานระหว่างความเรียบง่ายกับความเงางามของโลหะอลูมินั่มทั้งที่ตัวหูฟัง, รีโมท และที่ตัวปลั๊กสเตริโอ มีให้เลือก 2 สี ขาว, ดำ และสามารถใช้งานร่วมกับ iPod หรือโทรศัพท์มือถือ
Radius หนึ่งในผู้ผลิตแอคเซสเชอรี่ชั้นนำของญี่ปุ่น ซึ่งมีไลน์สินค้าสำหรับ iPod และ iPhone อย่างครบครัน อาทิ เคส, หูฟัง, ฟิล์ม, เอซีอะแดปเตอร์, เฮดเซ็ท เป็นต้น
หาซื้อสินค้า RADIUS ได้แล้วตามศูนย์จำหน่ายอุปกรณ์ไอทีชั้นนำ
เลอโนโวเจาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อการใช้งานทางธุรกิจ VISION Pro จาก AMD ที่มาพร้อมกับโน๊ตบุ๊ค ThinkPad X100e
เลอโนโว เปิดตัวโน๊ตบุ๊ค ThinkPad X100e ซึ่งถือได้ว่าเป็นโน๊ตบุ๊คระดับมืออาชีพเครื่องแรก ที่บางเบาเหมาะแก่การพกพา จากเลอโนโว เป็นการเจาะตลาดผู้ใช้ในกลุ่มนักธุรกิจ SMB ด้วยการผสมผสานระหว่าง ประสิทธิภาพการใช้งานอย่างมืออาชีพ, การใช้งานได้อย่างหลากหลาย และ ดีไซน์สุดล้ำที่มาพร้อมกับสีที่มีมาให้เลือกอย่างหลากหลาย ในราคาที่สามารถจับจองได้ โน๊ตบุ๊คThinkPad X100e นี้ นับได้ว่าเป็นครั้งแรกของการร่วมมือกันระหว่างเลอโนโว และAMD ที่ได้ใส่ CPU จาก AMD พร้อมเทคโนโลยี Vision Pro ลงในตัวเครื่องโน๊ตบุ๊คธิ้งแพด
"จากการรับฟังจากลูกค้าของเราและการสังเกตแนวโน้มของตลาด เราจึงเล็งเห็น โอกาสที่เราจะสร้างผลิตภัณฑ์รูปแบบโน๊ตบุ๊คที่พกพาสะดวก เหมาะสำหรับการใช้งานทางธุรกิจ” คุณจีรวุฒิ วงศ์พิมลพร ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายธุรกิจองค์กร บริษัท เลอโนโว ประเทศไทย กล่าว “ลูกค้าของเราต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีราคาย่อมเยาและสะดวกต่อการพกพา โดยที่ไม่ต้องแลกกับประสิทธิภาพการใช้งาน หรือโปรแกรมการจัดการที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจ โดยการขยาย
ธิ้งแพดแบบพกพาในตระกูล X ซีรี่ย์ ในราคาย่อมเยา ทำให้เลอโนโวThinkPad X100e เข้าไปครอบคลุมได้ในทุกตลาด”
คลิก http://extranet.hmxmedia.com/projects/lenovo/16_12_2009/x100e.htmlเพื่อรับชมวิดีโอแนะนำ เลอโนโว ThinkPad X100e
เลอโนโวThinkPad X100e มีความโดดเด่นในส่วนที่สำคัญต่อผู้ใช้งานทางธุรกิจ ด้วยคุณสมบัติระดับมืออาชีพ, การใช้งานอันดีเลิศ และความโดดเด่นด้านการพกพา
คุณลักษณะระดับมืออาชีพ – โน๊ตบุ๊ครุ่น X100e มาพร้อมกับ CPU ที่มาให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น AMD Athlon Neo single และ dual core processors และ Turion dual core processors1 ซึ่งแต่ละระบบ ล้วนทำให้เลอโนโวโน๊ตบุ๊ค ThinkPad X100e มีประสิทธิภาพที่ดีที่จำเป็นสำหรับการใช้งานหลายๆโปรแกรมพร้อมกัน และในขณะเดียวกัน ก็ยังสามารถใช้โปรแกรมสำนักงานทั่วไปได้อีกด้วย นอกจากนี้ เลอโนโวThinkPad ยังมีสมรรถนะที่จำเป็นในการรองรับระบบปฏิบัติการขององค์กร เช่น Microsoft Windows 7 Professional เลอโนโวThinkPad X100e ยังมาพร้อมกับ ThinkVantage Technologies, อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ – ซอฟท์แวร์ ที่ช่วยลูกค้าให้สามารถปฏิบัติการทำงาน, จัดการและบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์ ได้ง่ายยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ลักษณะพิเศษของโน๊ตบุ๊ค X100e นี้ คือการวางจำหน่ายทั่วโลก และสนับสนุนด้านเทคนิคที่มีมาให้เลือกพร้อมกับความหลากหลายของการรับประกัน
การใช้งานพิเศษและการออกแบบ – เลอโนโวออกแบบโน๊ตบุ๊ค ThinkPad X100e ให้มีขนาดเล็ก และสะดวกในการใช้งานอย่างเหลือเชื่อ ด้วยขนาดความกว้างของหน้าจอ 11.6 นิ้ว แบบ HD (high definition) ทำให้โน๊ตบุ๊คสามารถแสดงภาพได้อย่างสมจริง และ คีย์บอร์ด ISO แบบเต็มแป้นพิมพ์ ที่มาพร้อมกับ touchpad ที่ใช้งานได้อย่างหลากหลายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส และ Trackpoint ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ธิ้งแพด ซึ่งช่วยให้ง่ายต่อการค้นหา การออกแบบแป้นพิมพ์ในรูปแบบใหม่และร่วมสมัยนี้ได้ทำให้แป้นพิมพ์แบบใหม่ มีคุณสมบัติพิเศษ อาทิเช่น แป้นพิมพ์ที่ขยายใหญ่ขึ้น, การตัดแป้นพิมพ์ที่ไม่จำเป็น อย่างเช่น ปุ่ม System Request และปุ่มตัวเลขที่ฝังลงไปในตัวเครื่อง ยิ่งไปกว่านั้น เลอโนโวโน๊ตบุ๊ค ThinkPad X100e ยังเพิ่มสีสันให้กับโน๊ตบุ๊คตระกูล ThinkPad ด้วยการนำเสนอทางเลือกใหม่ ด้วยสีแดงอันร้อนแรง หรือจะเป็นสีดำสนิท ให้แก่ผู้ใช้งานอีกด้วย
ความคล่องตัวในการใช้งานที่โดดเด่น – เลอโนโว ThinkPad X100e มีความคล่องตัวสูงสุดด้วยน้ำหนักเริ่มต้นที่น้อยกว่า 3 ปอนด์ (หรือประมาณ 1.3 กิโลกรัม) และสำหรับการเชื่อมต่อกับเครือข่ายไร้สายในสถานที่ต่างๆ โน๊ตบุ๊คดังกล่าว มาพร้อมกับ 802.11n WiFi และมีระบบบลูทูธ และ 3G ที่ให้เลือกใช้ได้อีกด้วย
ด้วยเทคโนโลยี VISION Pro จาก AMD ทำให้เลอโนโวThinkPad X100e มีคุณค่าที่โดดเด่นและประสิทธิภาพอันล้ำเลิศที่มีความสำคัญต่อธุรกิจในปัจจุบัน
“เลอโนโว ThinkPad X100e ได้นำเสนอเทคโนโลยี VISION Pro อย่างเต็มรูปแบบจาก AMD” มร. เลสลีย์ โซบอร์น, รองประธานการตลาดผลิตภัณฑ์ AMD กล่าว “เลอโนโวธิ้งแพดจะมอบอุปกรณ์การทำงานที่มีความจำเป็นเพื่อประโยชน์สูงสุดในปัจจุบัน, การทำงานของแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานอย่างต่อเนื่องและเพิ่มความทนทานของแบตเตอรี่ในระยะยาว, โดยทั้งหมดนี้ ได้ถูกนำมารวมอยู่ในโน๊ตบุ๊คขนาดย่อมที่มีความแข็งแรง ทนทาน เครื่องนี้ ด้วยแนวคิดใหม่ที่รองรับระบบกรทำงานแบบจอคู่ที่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เลอโนโวThinkPad X100e ได้ให้คำจำกัดความใหม่ของคำว่าโน๊ตบุ๊คพกพาสะดวกเพื่อการใช้งานทางธุรกิจ ทั้งยังเป็นการสร้างมาตรฐานให้กับผลิตภัณฑ์ในอนาคต ตามเทคโนโลยี VISION Pro จาก AMD”
การให้บริการและการรองรับด้วยมาตรฐานชั้นเลิศ
เลอโนโวมอบผลงานการบริการและรองรับทางเทคนิคแบบเต็มรูปแบบ ด้วยการนำเสนอการป้องกันตัวเครื่องเลอโนโวThinkPad X100e และส่วนข้อมูลในตัวเครื่อง นอกจากนี้ ยังให้การรองรับเทคนิคที่แผนกไอทีต้องการอีกด้วย เพื่อให้ความสามารถด้านการผลิตสูงขึ้นและเพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมจากเหตุไม่คาดฝัน ระบบป้องกัน ThinkPad Protection ยังครอบคลุมไปถึงการซ่อมแซมอันเกิดจากอุบัติเหตุ, ตกหล่น และกระแทก ด้วย ThinkPlus Priority ได้จัดให้มีการช่วยเหลือและสนับสนุนด้านเทคนิคระดับดีเยี่ยมตลอด 24 ชม.ทุกๆวัน สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านไอที ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบซ่อมแซมเครื่องคอมพิวเตอร์ ในส่วนของเลอโนโวฮาร์ดดิสก์นั้นมีการป้องกันอย่างดีเยี่ยมเช่นเดียวกัน ในกรณีที่ฮาร์ดดิสก์เกิดความเสียหายหรือเกิดความขัดข้อง ลูกค้าของเราจึงมั่นใจได้ว่าข้อมูลของพวกเขายังคงอยู่อย่างปลอดภัย
|
แฮกเกอร์ iPhone รายแรกประกาศแฮคเครื่อง PS3 ได้แล้ว
|
George Hotz แฮคเกอร์ผู้สามารถ jailbreak iPhone ได้เป็นคนแรกของโลกประกาศ
แฮคเครื่อง PS 3 ได้แล้ว?
George Hotz ผู้เป็นที่รู้จักกันในหมู่แฮคเกอร์หรือแคร๊กเกอร์ที่สามารถจัดการกับระบบรักษาความปลอดภัยของโทรศัพท์มือถืออย่าง iPhone ได้เป็นคนแรกของโลก ได้ประกาสย้ำชัยชนะของเหล่าแฮคเกอร์อีกครั้งด้วยการโพสไว้ในบล๊อกส่วนตัวว่าเขาสามารถเอาชนะระบบป้องกันในเครื่องคอนโซล Play Station 3 ได้เรียบร้อยแล้ว โดย Hotz ได้บรรยายถึงรายละเอียดเอาไว้ว่าการเจาะระบบของเขาในครั้งนี้นั้นไม่ได้ทำการเปลี่ยนแปลงฮาร์ดแวร์ (MOD) แต่อย่างใด และแม้ว่าการเข้าถึงในครั้งนี้จะยังไม่ค่อยสมบูรณ์มากนักแต่มันก็เป็นนิมิตรหมายที่ดีที่เวลากว่า 3 ปี สองเดือนและ 11 วันของเขานั้นไม่สูญเปล่า อย่างไรก็ตาม Hotz ปฎิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติมและพร้อมกับระบุว่าเขาจะเปิดเผยเมื่อการเจาะระบบทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น
เปิดตัว Flash drive รุ่นล่าสุด จากค่าย Lockheed Martin !!
ครับ, ท่านไม่ได้สายตาฝาด ฟ้าฟาง หรือฟั่นเฟือน แต่อย่างใด Lockheed Martin เจ้าของลิขสิทธิ์และผู้พัฒนาเครื่องบินขับไล่ที่ไฮเทคที่สุดในโลกอย่าง Lockheed Martin/Boeing F-22 Raptor นั้นกำลังจะเปิดตัวสินค้าใหม่ของตน สินค้าที่ว่านั้นไม่ใช่ปืนเลเซอร์ หรือหัวรบติดตามเป้าหมายอัตโนมัติที่มีอานุภาพร้ายแรง แต่สินค้าชิ้นล่สุดของพวกเขาก็คือ อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบพกพาหรือที่พวกเราเรียกกันติดปากว่า Fladh Drive นั่นเองครับ (งงล่ะสิ...) โดยเจ้าเเฟลชไดร์ฟตัวที่ว่านี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ทางค่าย Lockheed Martin นั้นตั้งชื่อว่า Iron Clad โดยชูจุดเด่นจุดขายอยู่ที่ระบบรักษาความทนทานและความปลอดภัยในระดับ "ยุทธภัณฑ์" และยังนำเสนออีกว่าตัวสินค้าประกอบไปด้วยซอฟท์แวร์พิเศษที่ช่วยให้ผู้ใช้นั้นรู้สึกเหมือนกับนำคอมพิวเตอร์ส่วนตัวพกไปได้ทุกที่ และสามารถใช้กับคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในโลกได้โดยที่ข้อมูลที่เก็บไว้จะไม่รั่วไหลไปไหนอย่างเด็ดขาด (ยังไงฟระ - -*) อย่างไรก็ตามทาง Lockheed Martin นั้นยังไม่มีการแง้มรายละเอียดใดๆ มากไปกว่าการที่เเฟลชไดร์ฟรุ่นนี้จะมีความจุไม่น้อยไปกว่า 8 GB และมีระบบเข้ารหัสรักษาความปลอดภัยแบบ 256-bit encryption พ่วงด้วยซอฟแวร์ป้องกันไวรัส และฟีเจอร์รักษาความปลอดภัยในระบบเครือข่ายที่สามารถใช้เฝ้าดูความเปลี่ยนแปลงของข้อมูลฮาร์ดดิสก์ในวงเครือข่ายได้ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดราคา แต่ทาง Lockheed Martin นั้นก็เปิดให้ "กลุ่มองค์กร" ที่มีความสนใจเข้าเจรจาในการซื้อขายได้
สัปดาห์ที่ 10
ปิดฉากงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์นานาชาติที่ลาสเวกัส กล่องลับ Boxee Box จาก D-Link ได้รับรางวัล Last Gadget Standing ประจำปี ไปครอง...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ว่า ปิดฉากงานแสดงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์นานาชาติ (International Consumer Electronics Show) ที่นครลาสเวกัส รัฐเนวาดา โดยกิจกรรมสุดท้าย มีการขับเคี่ยวรางวัล Last Gadget Standing ประจำปี จากการโหวตผลิตภัณฑ์ที่เข้ารอบสุดท้าย 10 รายการ จากการคัดเลือกของคณะกรรมการ ซึ่งในปีนี้ กล่องลับ Boxee Box สุดเท่ห์ จาก D-Link ได้รับรางวัลไปครอง
โดย Boxee Box เป็นคอมพิวเตอร์เดสก์ทอป ที่จัดทำและพัฒนาโดย D-Link รูปลักษณ์คล้ายลูกบากศ์ตัดครึ่ง สามารถเชื่อมต่อกับโทรทัศน์ และช่วยค้นหา และจัดเก็บเนื้อหารายการโทรทัศน์ อีกทั้งสามารถแบ่งปันกับเพื่อนบนเครือข่ายออนไลน์ ผ่านทางแป้นพิมพ์ควบคุมระยะไกล
นอกจากนี้ Boxee Box ยังรองรับระบบการเชื่อมต่อภาพ และเสียงแบบใหม่ (High-Definition Multimedia Interface) มีช่องใส่ SD card และพอร์ต USB 2.0 อีกสองพอร์ต รวมถึงมีการเชื่อมต่อ WiFi และ Ethernet สำหรับการวางจำหน่าย คาดปล่อยตัวในไตรมาสที่ 2 ของปี 2010 ส่วนราคา สนนอยู่ราว 200 เหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 6,600 บาท
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 12 มกราคม 2553 เวลา 18:35 น.




เนคเทค เปิดบ้าน เพาะเมล็ดพันธุ์ความรู้ ก้าวสู่สังคมไอที ตั้งเป้าสร้างบุคลากรไอที เจาะกลุ่มซีไอโอ พร้อมเผยบุคลากรไอทีไทยกว่า 3 หมื่นคน แต่มีศักยภาพแค่ 10%...
นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค กล่าวว่า การเปิดบ้านโอเพ่นเฮาส์ 2010 ของเนคเทคอะคาเดมี่ ภายใต้หัวข้อ เปิดบ้าน เพาะเมล็ดพันธุ์ความรู้ก้าวสู่ สังคมไอซีที มีวัตถุประสงค์เพื่อ สร้างการมีส่วนร่วมระหว่างเนคเทคอะคาเดมี่ และพันธมิตร รับและเอกชน ในการสร้างบุคลากรไอซีทีมืออาชีพเข้าสู่สังคมไอซีที รวมทั้งบริการความรู้ด้านไอซีทีต่อสังคมด้วย
นายวิรัช ศรเลิศล้ำวาณิช ผู้ช่วยผู้อำนวยการ เนคเทค กล่าวว่า เนคเทคอะคาเดมี่ มีบุคลากรพิเศษที่พร้อมเป็นหน่วยบิการวิชาการ ทำหน้าที่สนับสนุนแผนแม่บทไอซีที ฉบับที่ 2 (ปี2552-2556) ตามยุทธศาสตร์ที่ 1 ว่าด้วยเรื่อง การพัฒนากำลังคนด้านไอซีที และบุคคลทั่วไปให้มีความสามารถในการสร้างสรรค์ ผลิต และใช้สารสนเทศอย่างมีวิจารณญาณ และรู้เท่าทัน ผ่านการให้บริการฝึกอบรม บริการที่ปรึกษาเทคนิค และการสอบมาตรฐานบุคลากร ขณะเดียวกัน ก็กำลังจะลงนามร่วมกับสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ หรือซิป้า และกระทรวงแรงงาน จัดตั้งศูนย์ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพด้านไอซีทีไทยด้วย
“เนคเทคอะคาเดมี่จะเป็นตัวช่วยเสริมให้คนไทย เพิ่มขีดความสามารถในระดับประเทศได้ ทั้งนี้ ประเทศไทยจัดอยู่ระดับกลาง ประมาณ 20% จากจำนวน 7 ประเทศที่เข้า ส่วนเวียดนาม กับฟิลิปปินส์ ทำได้ดีกว่าประเทศอื่น อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีบุคลากรด้านไอซีทีประมาณ 3 หมื่นราย แต่ที่มีศักยภาพใช้งานได้มีไม่ถึง 10% ดังนั้น จึงต้องเปิดหลักสูตรฝึกอบรมขึ้น” ผช.ผอ. กล่าว
นางสาวอัจฉริยะ อักษรอินทร์ ผู้อำนวยการเนคเทคอะคาเดมี่ กล่าวว่า หลักสูตรที่เปิดอบรม ครอบคลุมทั้งบุคลากรไอซีที และไม่ใช่ไอซีที ระดับผู้บริหาร และผู้ปฏิบัติ อาทิ หลักสูตรผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง หรือ ซีไอโอ ตามมติคณะรัฐมนตรี หลักสูตรผู้บริหาร และหลักสูตรไอซีที สำหรับผู้ที่ไม่ใช่สายไอทีด้วย
ผอ.เนคเทคอะคาเดมี่ กล่าวด้วยว่า แผนงานปี 2553 ที่เริ่มปีเป็นแรกจะเห็นการมุ่งเน้นการทำงาน และด้านใหม่ที่ไม่ใช่เฉพาะการสัมมนา คือ การสร้างมืออาชีพ ที่อาจจะเป็นผู้ประกอบการมากขึ้น โดยเน้นผู้ใช้ โดยให้มีส่วนร่วมมากขึ้น อีกทั้ง จะจัดให้มีสัมมนาวิชาการประจำปี 2 ครั้ง โดยครั้งแรกเป็นโซเชียลมีเดียคอนเฟอร์เร้นท์ ในเดือน มี.ค.เพื่อถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์ของการนำเสนอสื่อใหม่อย่างเครือข่ายสังคมออนไลน์ และครั้งที่ 2 คือ การประชุมที่เน้นการนำไอซีทีมาเป็นเครื่องมือบริหารจัดการโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทาน เพื่อยกระดับบริหารจัดการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับภาคผลิตและบริการ
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 12 มกราคม 2553 เวลา 18:37 น.




อินเทลเปิดตัว อินเทล? คอร์? โปรเซสเซอร์ 2010 รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมการทำงานที่ชาญฉลาดและทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน และมีหลายระดับราคาให้เลือก
โปรเซสเซอร์ระดับเมนสตรีมในปัจจุบัน มี อินเทล? เทอร์โบ บูสต์ เทคโนโลยี1 ซึ่งช่วยปรับระดับการทำงานของเครื่องโดยอัตโนมัติ เพื่อให้ตรงกับการใช้งานที่แตกต่างกันของผู้ใช้แต่ละราย
เป็นโปรเซสเซอร์รุ่นแรกที่ใช้เทคโนโลยี 32 นาโนเมตร และเป็นครั้งแรกที่อินเทลผลิตโปรเซสเซอร์ระดับเมนสตรีมออกสู่ตลาดพร้อมกันหลายรุ่นในปริมาณมากๆ ได้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของการใช้เทคโนโลยีใหม่ ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนมูลค่า 7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจยังมีการชะลอตัว
อินเทล? คอร์? ไอไฟว์ โปรเซสเซอร์ ทำงานได้เร็วกว่าพีซีรุ่นปัจจุบันถึงสองเท่า จึงมีประสิทธิภาพในการดาวน์โหลดวิดีโอ ภาพถ่าย และเพลงที่รวดเร็วขึ้นอย่างเห็นได้ชัด4
ความก้าวหน้าครั้งสำคัญ: โปรเซสเซอร์บางรุ่นมีกราฟิกในตัว และผลิตด้วยทรานซิสเตอร์ชนิด Hi-k metal gate รุ่นที่ 2
นอกจากเดสก์ท้อปและโน้ตบุ๊กแล้ว กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เป็นเป้าหมายใหม่ของอินเทลยังได้แก่ เครื่องเอทีเอ็ม จุดให้บริการด้านการท่องเที่ยว และป้ายต่างๆ ที่ติดตั้งระบบดิจิตัล
อินเทลประกาศเปิดตัวโปรเซสเซอร์ตระกูลใหม่ อินเทล? คอร์? โปรเซสเซอร์ 2010 ที่รวมประสิทธิภาพและการทำงานที่ชาญฉลาดเข้าด้วยกัน รวมทั้งยังมี อินเทล เทอร์โบ บูสต์ เทคโนโลยี1 สำหรับโน้ตบุ๊ก และเดสก์ท้อป
การเปิดตัวโปรเซสเซอร์ตระกูลใหม่ครั้งนี้ ประกอบด้วย อินเทล? คอร์? ไอเซเว่น, อินเทล? คอร์? ไอไฟว์ และอินเทล? คอร์? ไอทรี โปรเซสเซอร์ ซึ่งผลิตโดยเทคโลยีการผลิตแบบ 32 นาโนเมตร (nm) ที่ทันสมัยที่สุด และยังถือเป็นก้าวสำคัญของบริษัทอินเทลอีกครั้งหนึ่ง เพราะเป็นครั้งแรกที่อินเทลสามารถใช้เทคโนโลยีการผลิตใหม่ในการผลิตโปรเซสเซอร์ที่มีคุณสมบัติให้เลือกหลายระดับราคาในคราวเดียวกันได้ทันที รวมทั้งยังมีระบบกราฟิกแบบไฮ-เดฟินิชั่นอยู่ในตัวโปรเซสเซอร์อีกด้วย นวัตกรรมและการพัฒนาที่ก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้งดังกล่าวเป็นผลมาจากการลงทุนมูลค่า 7 พันล้านเหรียญในช่วงต้นปีที่ผ่านมา แม้จะเป็นช่วงที่ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว
ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่อินเทลเปิดตัวในครั้งนี้ ประกอบด้วย โปรเซสเซอร์รุ่นต่างๆ กว่า 25 รุ่น อะแด็ปเตอร์แบบไร้สายและชิปเซ็ต ซึ่งรวมถึงโปรเซสเซอร์ในรุ่น อินเทล คอร์ ไอเซเว่น, อินเทล คอร์ ไอไฟว์, อินเทล คอร์ ไอ ทรี, ชิปเซ็ต และอินเทล? ซีรี่ส์ ไฟว์ (ดูข้อมูลเพิ่มเติมจากตารางแนบท้าย) การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในวันนี้ จะส่งผลให้เกิดดีไซน์ใหม่ๆ ในตลาดสำหรับแพลตฟอร์มของโน้ตบุ๊กและเดสก์ท้อปกว่า 400 แพลตฟอร์ม
โปรเซสเซอร์ในตระกูล อินเทล คอร์ 2010 รุ่นใหม่ ผลิตด้วยเทคโนโลยี 32 นาโนเมตร และใช้ทรานซิสเตอร์Hi-k metal gate รุ่นที่ 2 ด้วยเทคนิคการผลิตและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีด้านอื่นๆ ทำให้เครื่งอคอมพิวเตอร์สามารถทำงานได้รวดเร็วขึ้นแต่ใช้พลังงานน้อยลง
นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า "การเปิดตัวในครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทอินเทลสามารถแนะนำโปรเซสเซอร์ตระกูลใหม่ที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดออกสู่ตลาดได้โดยมีราคาให้เหลือกหลายระดับด้วยกัน โปรเซสเซอร์เหล่านี้สามารถปรับการทำงานให้เหมาะสมกับความต้องการของการใช้งานที่แตกต่างกันไปของผู้ใช้แต่ละราย และยังสามารถเร่งการทำงานให้เร็วขึ้นได้ด้วยตัวเองโดยอัตโนมัติเพื่อให้เหมาะกับการทำงานของแอพพลิเคชั่นต่างๆ ได้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีคุณสมบัติด้านการประหยัดพลังงานอีกด้วย ทั้งในเวลาที่เครื่องกำลังทำงานและในขณะที่เครื่องเปิดทิ้งไว้แต่ยังไม่มีการใช้งาน"
เมื่อความเร็วและอัจฉริยะภาพในการประมวลผลมาพบกัน
ด้วยสถาปัตยกรรมเนฮาเล็มที่ได้รับการยกย่องในด้านประสิทธิภาพอย่างกว้างขวางในวงการอุตสาหกรรม โปรเซสเซอร์สำหรับเดสก์ท้อป และอุปกรณ์โมบายล์ เหล่านี้จะมีความสามารถในการทำงานอันชาญฉลาดเมื่อใช้กับแอพพลิเคชั่นเกี่ยวกับเพลง วิดีโอ รูปภาพ ภาพยนตร์ เครือข่ายสังคมออนไลน์ รวมทั้งแอพพลิเคชั่นอื่นๆ ที่ต้องการประสิทธิภาพการประมวลผลในระดับเมนสตรีม นอกจากนั้นโปรเซสเซอร์ในตระกูล อินเทล คอร์ 2010 จะช่วยให้โน้ตบุ๊กชนิด ultra-thin คือ มีลักษณะบางและเบาเป็นพิเศษนั้น มีองค์ประกอบที่สมดุลย์อย่างน่าสนใจ ทั้งในด้านประสิทธิภาพการทำงาน ดีไซน์ และอายุการใช้แบตเตอรี่ที่ยาวนาน สำหรับเครื่องที่มีขนาดบางไม่ถึงหนึ่งนิ้ว
อินเทล คอร์ ไอเซเว่นและอินเทล คอร์ ไอไฟว์รุ่นใหม่ มีคุณบัติพิเศษคือ อินเทล เทอร์โบ บูสต์เทคโนโลยี1และ อินเทล? ไฮเปอร์-เธรดดิ้ง เทคโนโลยี2 เพื่อประสิทธิภาพการทำงานที่คล่องตัวและฉลาดขึ้น โดยอินเทล เทอร์โบ บูสต์ เทคโนโลยี1 จะช่วยเร่งความเร็วในการทำงานได้โดยอัตโนมัติเพื่อให้เหมาะกับปริมาณงาน ช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประสิทธิภาพการทำงานที่เพิ่มขึ้นตามต้องการ ส่วน อินเทล? ไฮเปอร์-เธรดดิ้ง เทคโนโลยี2 จะช่วยเสริมประสิทธิภาพของการทำงานแบบมัลติทาสก์กิ้ง โดยคอร์ของโปรเซสเซอร์แต่ละตัวจะสามารถทำงานแบบ มัลติเพิล-เธรดได้ ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพการทำงานสูง และสามารถประหยัดพลังงานได้อย่างดีเยี่ยมแม้ในเวลาที่ต้องทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน
เพื่อรองรับการทำงานของโปรเซสเซอร์ในตระกูล อินเทล คอร์ 2010 อินเทลยังได้เปิดตัวชิปเซ็ตรุ่นใหม่ คือ อินเทล? ซีรี่ ไฟว์ ซึ่งเป็นชิปเซ็ตแบบซิงเกิ้ลชิปรุ่นแรกของอินเทล โดยเป็นการพัฒนาขึ้นจากการนำส่วนประกอบต่างๆ มาเชื่อมต่อกันและทำให้เป็นเกิดนวัตกรรม และความสามารถของแพลตฟอร์มที่หลากหลายมากขึ้น โปรเซสเซอร์ในตระกูล อินเทล คอร์ 2010 นี้ยังมีเทคนิคพิเศษสำหรับการประหยัดพลังงานที่เรียกว่า "hurry up and get idle" หรือ "HUGI" ที่จะช่วยให้โปรเซสเซอร์ทำงานเสร็จเร็วขึ้นเพื่อประหยัดพลังงานแบตเตอรี่อีกด้วย
โปรเซสเซอร์ในตระกูล อินเทล คอร์ โปรเซสเซอร์ 2010 ยังเป็นรุ่นแรกที่รวมกราฟิกไว้ในโปรเซสเซอร์รุ่นเมนสตรีม อินเทล? เอชดี กราฟิกส์ โปรเซสเซอร์ รุ่นใหม่ เป็นรุ่นที่มีคุณสมบัติที่น่าตื่นตาตื่นใจในด้านภาพและเสียงในระดับไฮ-เดฟินิชั่น นอกจากนี้ ยังเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์ที่มีการรวมโซลูชั่นเพื่อให้สามารถรองรับระบบมัลติ-แชนแนล ดอลบี* ทรู เอชดี (multi-channel Dolby* TrueHD) และ ดีทีเอส* พรีเมี่ยม สวีท โฮม เธียร์เตอร์ ออดิโอ (DTS* Premium Suite home theater audio) อีกด้วย ในส่วนของอินเทล เอชดี กราฟิก นั้น สามารถใช้เล่นเกมส์สามมิติระดับเบสิกและเมนสตรีมได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่ต้องติดตั้งวิดีโอการ์ด และยังรองรับระบบปฏิบัติการใหม่ ไมโครซอฟท์ วินโดวส์* เซเว่น ของไมโครซอฟท์* ได้อีกด้วย
อีกหนึ่งคุณสมบัติสำหรับโน้ตบุ๊กในระดับเมนสตรีม คือ ระบบกราฟิกที่ผู้ใช้สามารถเลือกเปลี่ยนสลับกันได้ ระหว่าง Integrated graphics และDiscrete graphics โดยไม่ต้องปิดเครื่องเพื่อบู้ธเครื่องใหม่ ทำให้สามารถใช้เครื่องได้อย่างประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดและประหยัดพลังงานไปพร้อมๆ กัน
โปรโมชั่นสำหรับลูกค้าในกลุ่มประเทศเอเชียแปซิฟิค
เพื่อเฉลิมฉลองในโอกาสเปิดตัวโปรเซสเซอร์ตระกูลอินเทล คอร์ 2010 รุ่นใหม่ อินเทลได้จัดกิจกรรมพิเศษเพื่อตอกย้ำคุณสมบัติพิเศษของ อินเทล เทอร์โบ บูสต์ เทคโนโลยี สำหรับลูกค้า โดยใช้ชื่อแคมเปญว่า ‘พุ่งทะยานด้วยพลังเทอร์โบ' (Blast off) เพื่อมอบโอกาสพิเศษให้ลูกค้าได้ร่วมเดินทางสู่ขอบอวกาศด้วยเครื่องบินรบ MIG- 31 ของสหพันธรัฐรัสเซีย โดยกิจกรรมในครั้งนี้มีประเทศต่างๆ ที่เข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งหมด 10 ประเทศ รวมถึงประเทศไทย และจะมีการคัดเลือกผู้ชนะประเทศละ 1 คน
กิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสพิเศษให้ผู้สนใจเข้าร่วมโดยการซื้อคอมพิวเตอร์ที่มี อินเทล คอร์ ไอไฟว์ โปรเซสเซอร์หรืออินเทล คอร์ ไอเซเว่น โปรเซสเซอร์ หรือโปรเซสเซอร์ชนิดกล่องรุ่นใดก็ได้จากสองรุ่นนี้ และผ่านการทดสอบตามรายละเอียดที่ปรากฏในเว็บไซต์ www.intel.com/apac/turboboost โดยกิจกรรมนี้จะเริ่มตั้งแต่ 15 มกราคม 2553 จนกระทั่ง 15 เมษายน 2553
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สัปดาห์ที่9
เมื่อ "อินเทอร์เน็ต" กลายเป็นสิ่งที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับโลกยุคโลกาภิวัฒน์ ด้วยประโยชน์ในการติดต่อและเชื่อมโยงข้อมูลทั่วโลก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่อินเทอร์เน็ตจะถูกใช้เป็นเครื่องมือแสวงหาผลประโยชน์ในทางที่ผิด ขณะเดียวกัน ยังทำให้เกิดกระแส "โซเชียลเน็ตเวิร์คกิ้ง" (Social Networking) ฟีเวอร์ ทั้ง ไฮไฟว์ (Hi5) , มายสเปซ (MySpace) , เฟซบุ๊ค (Facebook) , ทวิตเตอร์ (Twitter) และ มัลติพลาย (Multiply) ที่เรียกว่าชิทแชทกันทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่เด็กระดับประถมถึงผู้ใหญ่วัยทำงาน ด้วยจุดเด่นในการสื่อสารที่สะดวกสบายและฟีเจอร์ลูกเล่นต่างๆ ทำให้สังคมออนไลน์ดังกล่าวที่กล่าวข้างต้นได้รับความนิยมไปทั่วทุกมุมโลก
แต่สังคมออนไลน์ภายในปี 2552 ที่โดดเด่นและได้รับความนิยมเป็นวงกว้าง ทั้งยังมีอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก คงหนีไม่พ้น 2 สังคมออนไลน์ชื่อดังอย่างเฟชบุ๊คและทวิตเตอร์
เว็บไซต์ "เฟซบุ๊ค" (www.facebook.com) ก่อตั้งโดย มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก นักศึกษามหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด เพื่อใช้งานเฉพาะนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยฯ เมื่อวันที่ 4 ก.พ. 2004 และขยายไปยังผู้ใช้ทั่วโลกเมื่อ 11 ก.ย. 2006 ด้วยรูปแบบและการใช้คล้ายกับไฮไฟว์ ให้เหล่าสมาชิกได้โพสต์ภาพถ่าย แสดงความคิดเห็น หรือเลือกเล่นสารพัดเกมได้ตามใจชอบ
ส่วน "ทวิตเตอร์" (www.twitter.com) เปิดให้บริการเมื่อ มี.ค. 2006 โดยบริษัท Obvious Corp สัญชาติอเมริกัน ด้วยการส่งข้อความที่ยาวไม่เกิน 140 ตัวอักษร เพื่อบ่งบอกสถานะหรือสิ่งที่ตนเองกำลังกระทำ เสมือนการส่งเสียงร้องของนก เพื่อแจ้งข่าวสารแก่ผู้อื่นที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของคุณจากจุดเด่นของคอนเทนต์ (Content) ที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา กลายเป็นมนต์เสน่ห์สำคัญที่ดึงดูดความสนใจ ชวนให้หลงใหลและติดตามความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเป็นประจำ เสมือนเป็นหนึ่งในภารกิจประจำวันที่ต้องดำเนิน จึงไม่น่าแปลกใจที่จำนวนผู้ใช้เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ในประเทศไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยขณะนี้ มีผู้ใช้เฟซบุ๊คทั่วโลกกว่า 350 ล้านราย แบ่งเป็นชาวไทยประมาณ 1.6 ล้านคน ส่วนจำนวนสมาชิกชาวทวิตเตอร์ในไทยนั้น คาดว่ามีทั้งสิ้นเพียง 3-4 หมื่นราย ขณะที่ ยอดผู้ใช้ทั่วโลกอยู่ที่ 18 ล้านคน กระแสความนิยมและแนวโน้มการเติบโตที่ยังคงเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ผลิตและผู้ให้บริการหลากธุรกิจหันมาจับกระแสดังกล่าว พร้อมต่อยอดโอกาสทางธุรกิจของตน บ้างใช้เป็นช่องทางการทำตลาดหรือประชาสัมพันธ์ บ้างก็นำมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจอย่างจริงจัง จนทำให้แนวโน้มในปี 2010 มีความเป็นไปได้มาก ว่าโซเชียลเน็ตเวิร์คกิ้งชื่อดังเหล่านี้ จะถูกนำเสนอด้วยรูปแบบเรียลไทม์ (Real Time) อย่างแท้จริง เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดและผู้บริโภคอย่างทันท่วงที ท่ามกลางความพร้อมของอุปกรณ์การสื่อสารและเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ทั้งคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ค เน็ตบุ๊ค หรือแม้แต่โทรศัพท์เคลื่อนที่ และเทคโนโลยีเครือข่ายระบบ 3G ที่แม้ในวันนี้ประชาชนไทยจะยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับเทคโนโลยีล้ำหน้าอย่าง 3G อย่างแท้จริง แต่ต้องยอมรับว่า กระแสการตอบรับเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นมีอยู่เป็นจำนวนมาก เรียกว่า ไม่ว่าจะหยิบจับอุปกรณ์อะไร ก็จะต้องเห็นสัญลักษณ์ F และ T ปรากฏอยู่ร่ำไป
หากกล่าวว่ากระแสเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ฟีเวอร์ เป็นกระแสต่อเนื่องก็คงจะไม่ผิดนัก ในเมื่อสังคมและโลกยังคงหมุนไปไม่สิ้นสุด เทคโนโลยีก็ถูกพัฒนาให้ทันสมัยและสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้อย่างครบถ้วนและครอบคลุม แม้วันนี้ เราจะสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของผู้อื่นผ่านสังคมออนไลน์ได้ตามใจนึก แต่ไม่แน่ว่าในอนาคตอันใกล้ แต่ละคนอาจมีดาวเทียมคอยจับสัญญาณและรายงานความเคลื่อนไหวได้ประหนึ่งถูกถ่ายทอดสด ดังตาเห็น





บราเดอร์คว้าแชมป์เลเซอร์มัลติฟังก์ชัน
รักษามาตรฐานได้เป็นปีที่ 2 สาขาเครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชันยอดนิยม จากการจัดอันดับของนิตยสาร HWM เผยลูกค้าแห่เทคะแนนให้สูงสุด...
เมื่อเร็วๆ นี้ นายธีรวุธ ศุภพันธุ์ภิญโญ ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายการขายและการตลาด บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชียล (ประเทศไทย) จำกัด รับมอบรางวัล Excellent Brand Survey Award 2009 สาขาเครื่องพิมพ์เลเซอร์มัลติฟังก์ชันยอดนิยม ที่สามารถครองใจลูกค้าได้สูงสุดจากการสำรวจของนิตยสาร HWM โดยในปีนี้ถือเป็นปีที่ 2 ที่บราเดอร์ได้รับรางวัลดังกล่าว โดยมี นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงานและมอบรางวัลดังกล่าว
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 29 ธันวาคม 2552 เวลา 19:01 น.





อีเอสพีเอ็นสถานีเคเบิลทีวีของอเมริกาที่ผลิตและแพร่ภาพรายการเกี่ยวกับกีฬา เตรียมตัวยกระดับไปอีกขั้นด้วยการเปิดตัวช่องโทรทัศน์ใหม่ "ESPN 3D" ในวันที่ 11 มิถุนายนนี้
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 6 ม.ค. ว่า โทรทัศน์ช่อง อีเอสพีเอ็น เผยโครงการใหม่ในปี 2010 นี้ ด้วยการเตรียมเปิดตัว "ESPN 3D" ช่องกีฬาสามมิติ ในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ โดยเตรียมจะถ่ายทอดศึกฟุตบอลโลกนัดระหว่าง แอฟริกาใต้กับเม็กซิโก และศึกโบวล์ แชมเปียนส์ชิพ ซีรี่ย์ ในปี 2011 ในรูปแบบสามมิติ
จอร์จ โบเดนไฮเมอร์ กรรมการผู้อำนวยการบริษัทอีเอสพีเอ็น กล่าวว่า ความมุ่งมั่นในระบบสามมิติของอีเอสพีเอ็น เป็นกำไรสำหรับแฟนกีฬาและบรรดาพันธมิตรทางธุรกิจทุกราย ซึ่งจะช่วยเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ และทำให้บริษัทก้าวสู่แนวหน้าของวงการโทรทัศน์
อย่างไรก็ตาม "ESPN 3D" นี้ ต้องการโทรทัศน์ที่สามารถรองรับระบบสามมิติได้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่เพิ่งจะเปิดตัวมาไม่นาน แต่ล้ำสมัยกว่าโทรทัศน์ความละเอียดสูง.
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 6 มกราคม 2553 เวลา 16:11 น.






สัปดาห์ที่8
ก่อตั้งและผู้บริหารกูเกิ้ล แถลงเปิดตัว 'Nexus One' สมาร์ทโฟนรุ่นที่ 2 ใช้ระบบปฏิบัตรการแอนดรอยด์ หวังท้าชน 'iPhone'...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 4 ม.ค. ว่า ผู้ก่อตั้ง และผู้บริหาร เสิร์ซเอนจิน ชื่อก้องโลก 'กูเกิ้ล' เซอร์จีย์ บริน และ แลร์รี่ เพจ เตรียมแถลงเปิดตัว 'Nexus One' โทรศัพท์เคลื่อนที่รุ่นที่ 2 ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) ในวันที่ 5 ม.ค. ที่สำนักงานใหญ่ในแคลิฟอร์เนีย ก่อนปล่อยสินค้าจริงให้ชาวโลกได้สัมผัส
สำหรับโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 'Nexus One' นั้น ผลิตโดยบริษัท HTC โดยจะวางขายบนระบบออนไลน์ สนนราคาประมาณ 300 ปอนด์ หรือราว 16,000 บาท นับเป็นการท้าชนกับ 'iPhone' ของ 'Apple' รายงานล่าสุดระบุว่า 'Nexus One' จะวางตลาดภายในเดือน ม.ค. 2010 แน่นอน
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 5 มกราคม 2553 เวลา 20:27 น.





ประกาศศักยภาพคนไทย สร้างสรรค์การตลาดแบบอินเตอร์แอคทีฟ ชี้เป็นกระแสทั่วโลก มั่นใจมูลค่าตลาดขยับอีก 1,800 ล้านบาท...
น.ส.อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ธอมัสไอเดีย จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2552 บริษัทฯ ได้รางวัลระดับสากลถึง 27 รางวัล จากการประกวดสื่อดิจิตอล 6 เวทีทั่วโลก ถือเป็นความภาคภูมิใจของบริษัทฯ ที่สร้างสรรค์ผลงานโดยฝีมือคนไทย และได้การยอมรับจากวงการเอเจนซี่และนักการตลาดชั้นนำระดับโลก รวมถึง ความสามารถในการทำตลาดแบบอินเตอร์แอคทีฟและการขยายฐานลูกค้า เพื่อตอบโจทย์ทางการตลาดให้บริษัทฯ สามารถสร้างสรรค์สื่อใหม่ตามวัตถุประสงค์ของลูกค้าได้
ประธานกรรมการบริหาร ธอมัสไอเดีย กล่าวต่อว่า รางวัลต่างๆ ที่บริษัทฯ ได้รับ แบ่งได้เป็น 7 กลุ่ม อาทิ 1.ด้านส่งเสริมการตลาด 2.ด้านกลยุทธ์ออนไลน์ 3.ด้านส่งเสริมการตลาดแบบ B2B 4.ด้านส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร-แบรนดิ้ง 5.ด้านระบบสารสนเทศคลังข้อมูล-ข่าวสาร 6.กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค-เครื่องสำอาง และ 7.กลุ่มอุตสาหกรรม-อสังหาริมทรัพย์
น.ส.อุไรพร กล่าวอีกว่า แม้จะประสบความสำเร็จในปีที่ผ่านมา บริษัทฯ แต่บริษัทฯ ยังเปิดโอกาสสำหรับคนรุ่นใหม่ที่จะร่วมสร้างสรรค์ผลงานในอนาคต รองรับเป้าหมายการเป็นอินเตอร์แอคทีฟเอเยนซี่ในระดับอาเซียน เพื่อฉลองครบรอบการดำเนินงาน 15 ปีในธุรกิจอินเตอร์แอคทีฟเอเยนซี่ ส่วนการคาดการณ์มูลค่าสื่อดิจิตอลในปี 2553 น่าจะเพิ่มขึ้นอีก 1,800 ล้านบาท จากที่คาดการณ์เดิม 90,000 ล้านบาท เนื่องจาก การขยายตัวของกลยุทธ์ออนไลน์เชิงรุก อาทิ การปรับปรุงแอพพลิเคชันบนเว็บไซต์ แคมเปฐไซต์ การพัฒนาโมบายล์อินเทอร์เน็ต ระบบสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ และพฤติกรรมการเปิดรับข้อมูลผ่านสื่อดิจิตอล ฯลฯ
ประธานกรรมการบริหาร ธอมัสไอเดีย กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ ปัจจัยด้านเทคโนโลยีเครือข่ายระบบ 3G อินเทอร์เน็ต และบรอดแบรนด์ ยังส่งผลให้ผู้ผลิตสื่อและนักการตลาดทั่วโลกเลือกใช้สื่อออนไลน์มากขึ้น ทั้งนี้ ผู้ใช้ยังต้องวางแผนและรองรับระบบปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องและรัดกุม เนื่องจาก สื่อประเภทดังกล่าวยากต่อการควบคุม และส่งผลต่อภาพลักษณ์องค์กรและสินค้าได้อย่างรวดเร็ว





ซัน ส่งแอพพ์เซิร์ฟเวอร์แรกรองรับการใช้งาน Java EE 6 หวังลดความยุ่งยากในการดูแลระบบ เพิ่มสมรรถนะด้วยฟีเจอร์ใหม่พร้อมความยืดหยุ่น ใช้งานได้เอนกประสงค์...
นายคาเรน เทกาน ปาดีร์ รองประธานสายงาน MySQL และโครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์ บริษัท ซันไมโครซิสเต็มส์ กล่าวว่า ซัน ไมโครซิสเต็มและชุมชนนักพัฒนา GlassFish เปิดตัวซอฟต์แวร์ Sun GlassFish Enterprise Server v3 รีลีสใหม่ล่าสุดของ แอพลิเคชั่นเซิร์ฟเวอร์ Java Platform Enterprise Edition (Java EE) รวมทั้งเวอร์ชั่นโอเพ่นซอร์สคือ GlassFish v3 เพราะปัจจุบัน GlassFish จัดเป็นแอพลิเคชั่นเซิร์ฟเวอร์ Java EE ที่มียอดการดาวน์โหลดสูงสุดคือมากกว่า 24 ล้านชุดนับจนถึงปัจจุบัน โดยซอฟต์แวร์ Sun GlassFish Enterprise Server v3 จะช่วยให้ยูสเซอร์โอเพ่นซอร์สได้ใช้งานขีดความสามารถในระดับเอ็นเทอร์ไพรซ์และยังเป็นโซลูชั่นแอพลิเคชั่นเซิร์ฟเวอร์ที่เน้นในการลดความยุ่งยากในการใช้งานแอพลิเคชั่นและการติดตั้ง ผู้สนใจสามารถดาวน์โหลด Sun GlassFish Enterprise Server v3 ได้ที่ http://www.sun.com/glassfishv3
รองประธานสายงาน MySQL และโครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์ บริษัท ซันไมโครซิสเต็มส์ กล่าวต่อว่า Sun GlassFish Enterprise Server v3 คือซอฟต์แวร์แอพลิเคชั่นเซิร์ฟเวอร์แรกของวงการไอทีที่รองรับ Java Platform Enterprise Edition 6 (Java EE 6) ที่เปิดตัวในคราวเดียวกัน โดย Java EE 6 มีฟีเจอร์การใช้งานใหม่ๆ ที่เพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน Web Profile ใหม่ โดย จะสามารถสร้างแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนเว็บด้วย Java EE 6 Web Profile ได้อย่างสะดวกรวดเร็วและใช้ประโยชน์จากการใช้งานแพล็ตฟอร์มระดับเอ็นเทอร์ไพรซ์ได้อย่างเต็มที่ ยิ่งไปกว่านั้นนักพัฒนาซอฟต์แวร์และทีมไอทียังทำงานได้มากขึ้นจากงานโปรแกรมมิ่งที่ง่ายขึ้น ติดตั้ง พัฒนาแอพลิเคชั่นต่างๆ อย่างรวดเร็ว
เทกาน ปาดีร์ กล่าวอีกว่า ผลจากการได้ใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์สำคัญๆ ใน Java EE 6 ทำให้ Sun GlassFish Enterprise Server v3 มีฟีเจอร์ใหม่ๆ ที่ช่วยติดตั้งใช้งานได้อย่างรวดเร็ว มีระบบติดตามผลอย่างละเอียด รับรู้ผลการทำงานของระบบได้อย่างต่อเนื่อง ลองนึกภาพว่า GlassFish v3เป็นรันไทม์ที่เพิ่มเข้าไปเพื่อสามารถช่วยโฮสต์คอนเทนเนอร์ต่างๆ ได้มากประเภทตามต้องการ และพัฒนาแอพพลิเคชั่นที่ใช้งานโปรแกรมมิ่งหลายภาษาได้อย่างเร่งด่วน และรวมทั้งหมดนี้ให้อยู่ในแพล็ตฟอร์มเดียวกัน และด้วยการที่ Sun GlassFish Enterprise Server v3 ใช้เทคโนโลยีโอเพ่นซอร์ส ก็ยิ่งช่วยให้ลูกค้าผู้ใช้งานสามารถควบคุมการพัฒนาติดตั้งระบบได้มากกว่าในขณะได้ใช้งานศักยภาพระดับเอ็นเทอร์ไพรซ์ไปด้วยพร้อมกัน
รองประธานสายงาน MySQL และโครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์ บริษัท ซันไมโครซิสเต็มส์ กล่าวด้วยว่า Sun GlassFish Enterprise Server v3 ใช้รันไทม์ OSGi ที่มีความยืดหยุ่น ทำให้สามารถเพิ่มฟีเจอร์ใช้งานต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่องหลากหลายได้ตามต้องการ ทำให้ไม่จำเป็นต้องติดตั้งระบบแบบเต็มรูปในตอนแรก โดยใช้เฉพาะโมดูลที่จำเป็นก่อนซึ่งทำให้ลดเวลาที่เสียไปในการเริ่มใช้งานระบบและลดการใช้งานทรัพยากรระบบโดยไม่จำเป็น ทั้งนี้ ราคาและกำหนดการวางตลาด Sun GlassFish Enterprise Server v3เป็นส่วนหนึ่งในชุดซอฟต์แวร์ Sun GlassFish Portfolioที่มีวางตลาดแล้วโดยผ่านรูปแบบการสมัครใช้งานที่ยืดหยุ่นโดยเริ่มต้นที่ประมาณ 999 เหรียญสหรัฐฯต่อเซิร์ฟเวอร์ ทั้งนี้ ชุดซอฟต์แวร์ Sun GlassFish Portfolio ประกอบด้วย : Sun GlassFish Enterprise Server Sun GlassFish Web Stack Server Sun GlassFish Web Space Server Sun GlassFish Enterprise Service Bus Sun Enterprise Manager Sun GlassFish Message Queue Sun Web Server Sun Web Proxy Server และ Sun Continuous Integration Server
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 5 มกราคม 2553 เวลา 20:26 น.





สัปดาห์ที่7
เทคโนโลยีเชื่อมต่อยูเอสบีแบบไร้สายหรือ Wireless Universal Serial Bus มาแล้ว โดยกลุ่มผู้จำหน่ายสินค้าไอทีของสหรัฐฯวางกำหนดการเริ่มทำตลาดอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อยูเอสบีเวอร์ชันไร้สายไว้ที่ไตรมาสสาม ปีนี้ ท่ามกลางการจับตามองว่าจะสามารถถล่มเจ้าตลาดในขณะนี้อย่างไว-ไฟ (Wi-Fi) ได้หรือไม่
กำหนดคลอดไตรมาสสาม
ยูเอสบีไร้สายหรือไวร์เลสยูเอสบีจะทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆเข้ากับคอมพิวเตอร์พีซีได้โดยไม่มีสายระโยงระยาง ทั้งเครื่องพรินเตอร์ กล้องดิจิตอล เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลพกพา รวมถึงเอ็กซ์เทอร์นอลฮาร์ดไดร์ฟ สามารถส่งถ่ายข้อมูลได้ในอัตรา 480 เมกะบิตต่อวินาที เท่ากันกับมาตรฐานยูเอสบี 2.0 ที่ใช้กันอยู่ตามปกติ จุดต่างคือระยะทางที่ตั้งอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อยูเอสบีไร้สาย จะต้องตั้งอยู่ใกล้กับเครื่องพีซีมากกว่าการเชื่อมต่อแบบสายปกติ
"ผลิตภัณฑ์ที่จะใช้เทคโนโลยียูเอสบีไร้สายก่อนใครคือ เอ็กซ์เทอร์นอลฮาร์ดไดร์ฟ กล้องดิจิตอล และพรินเตอร์" เจฟฟ์ ราเวนคราฟท์ (Jeff Ravencraft) ประธานกลุ่มผู้ผลิตสินค้าที่ใช้การเชื่อมต่อยูเอสบี (USB Implementers Forum) ซึ่งควบตำแหน่งผู้วางกลยุทธ์ทางเทคโนโลยีของอินเทล กล่าวให้สัมภาษณ์ในงานประชุมนักพัฒนาของอินเทลหรือ Intel Developer Forum จัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา "เราจะเริ่มเห็นก้าวใหม่ของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในช่วงไตรมาสสามถึงปลายปีนี้"
โดยในวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศเปิดตัวมาตรฐานใหม่สำหรับสร้างความมั่นใจว่าการเชื่อมต่อพีซีและอุปกรณ์ข้างเคียงด้วยไวร์เลสยูเอสบีนั้นเป็นไปอย่างถูกต้องและได้มาตรฐาน ในชื่อ Wireless Association Specification
ปัจจุบันการเชื่อมต่อด้วยยูเอสบีนั้นได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ผลิตสินค้าไอทีในวงกว้าง ทั้งกล้องดิจิตอล สแกนเนอร์ โทรศัพท์มือถือ พีดีเอ เครื่องเขียนแผ่นดีวีดี หรืออุปกรณ์ทั้งหลายที่มีการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์พีซี โดยราเวนคราฟท์คาดว่าจะมีอุปกรณ์ที่หันมารองรับการเชื่อมต่อไวร์เลสยูเอสบีมากถึง 127 ชนิด ภายใต้มาตรฐาน Wireless Association Specification
เปิดศึกกับไว-ไฟ
ไวร์เลสยูเอสบีใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สายที่มีชื่อเรียกว่าอัลตราไวด์แบนด์หรือ ultrawideband (UWB) เป็นคนละเทคโนโลยีกับการเชื่อมต่อแบบไว-ไฟ (Wi-Fi) ที่มีในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ ซึ่งวางจำหน่ายอยู่ในตลาดขณะนี้ เช่นกล้องดิจิตอลจากนิคอนและแคนอนที่เพิ่งลงตลาดไปเมื่อไม่นานมานี้
จุดนี้ราเวนคราฟต์เชื่อว่า ไวร์เลสยูเอสบีจะสามารถแทรกตลาดไว-ไฟได้อย่างไม่ยากเย็น เนื่องจากคุณสมบัติในการประหยัดพลังงานของไวร์เลสยูเอสบี ที่เหนือกว่าไว-ไฟมากนัก โดยอ้างว่าไวร์เลสยูเอสบีใช้พลังงานเพียงครึ่งหนึ่งของเทคโนโลยีไว-ไฟ
"โทรศัพท์มือถือและกล้องดิจิตอลไฮด์เอนด์จำนวนมากเริ่มใช้ไว-ไฟ แม้จะยังมีปัญหาในเรื่องการถนอมพลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งหลาย" ราเวนคราฟท์กล่าว "ต่อไปผู้ใช้โทรศัพท์มือถือและกล้องดิจิตอลจะเห็นเองว่า UWB เป็นเทคโนโลยีเชื่อมต่อแบบเครื่องต่อเครื่อง หรือ Point to point ที่ดีและประหยัดพลังงานที่สุด"
อัตราความเร็วในการส่งข้อมูลสูงสุดของไวร์เลสยูเอสบีอยู่ที่ 480 เมกะบิตต่อวินาที ต่ำสุดอยู่ที่ 110 เมกะบิตต่อวินาที รัศมีทำการไกลที่สุดอยู่ที่ 30 ฟุต ซึ่งราเวนคราฟท์คาดว่าในอนาคต ไวร์เลสยูเอสบีจะสามารถพัฒนาความเร็วในการส่งข้อมูลได้มากถึง 1 กิกาบิตต่อวินาทีหรือมากกว่านั้น
สำหรับวิธีการใช้ไวร์เลสยูเอสบี ราเวนคราฟท์กล่าวว่าจะต้องเสียบการ์ดเชื่อมต่อลงในเมนบอร์ดของเครื่องพีซีที่ต้องการ เครื่องพีซีจึงจะสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ฝังเทคโนโลยีดังกล่าวไว้ในตัวเครื่องโดยผ่านทางพาธ (path) รับส่งข้อมูลช่องเดียวกับที่ยูเอสบีแบบมีสายปกติใช้
ยูเอสบีไร้สายหรือไวร์เลสยูเอสบีจะทำให้ผู้ใช้สามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆเข้ากับคอมพิวเตอร์พีซีได้โดยไม่มีสายระโยงระยาง ทั้งเครื่องพรินเตอร์ กล้องดิจิตอล เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลพกพา รวมถึงเอ็กซ์เทอร์นอลฮาร์ดไดร์ฟ สามารถส่งถ่ายข้อมูลได้ในอัตรา 480 เมกะบิตต่อวินาที เท่ากันกับมาตรฐานยูเอสบี 2.0 ที่ใช้กันอยู่ตามปกติ จุดต่างคือระยะทางที่ตั้งอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อยูเอสบีไร้สาย จะต้องตั้งอยู่ใกล้กับเครื่องพีซีมากกว่าการเชื่อมต่อแบบสายปกติ
เจฟฟ์ ราเวนคราฟท์ (Jeff Ravencraft) ประธานกลุ่มผู้ผลิตสินค้าที่ใช้การเชื่อมต่อยูเอสบี (USB Implementers Forum) ซึ่งควบตำแหน่งผู้วางกลยุทธ์ทางเทคโนโลยีของอินเทล กล่าวให้สัมภาษณ์ในงานประชุมนักพัฒนาของอินเทลหรือ Intel Developer Forum จัดขึ้นที่ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา "เราจะเริ่มเห็นก้าวใหม่ของผลิตภัณฑ์เหล่านี้ในช่วงไตรมาสสามถึงปลายปีนี้"โดยในวันจันทร์ที่ผ่านมา ได้มีการประกาศเปิดตัวมาตรฐานใหม่สำหรับสร้างความมั่นใจว่าการเชื่อมต่อพีซีและอุปกรณ์ข้างเคียงด้วยไวร์เลสยูเอสบีนั้นเป็นไปอย่างถูกต้องและได้มาตรฐาน ในชื่อ Wireless Association Specification
ปัจจุบันการเชื่อมต่อด้วยยูเอสบีนั้นได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้ผลิตสินค้าไอทีในวงกว้าง ทั้งกล้องดิจิตอล สแกนเนอร์ โทรศัพท์มือถือ พีดีเอ เครื่องเขียนแผ่นดีวีดี หรืออุปกรณ์ทั้งหลายที่มีการเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์พีซี โดยราเวนคราฟท์คาดว่าจะมีอุปกรณ์ที่หันมารองรับการเชื่อมต่อไวร์เลสยูเอสบีมากถึง 127 ชนิด ภายใต้มาตรฐาน Wireless Association Specification
ไวร์เลสยูเอสบีใช้เทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้สายที่มีชื่อเรียกว่าอัลตราไวด์แบนด์หรือ ultrawideband (UWB) เป็นคนละเทคโนโลยีกับการเชื่อมต่อแบบไว-ไฟ (Wi-Fi) ที่มีในคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและอุปกรณ์ไอทีอื่นๆ ซึ่งวางจำหน่ายอยู่ในตลาดขณะนี้ เช่นกล้องดิจิตอลจากนิคอนและแคนอนที่เพิ่งลงตลาดไปเมื่อไม่นานมานี้
"โทรศัพท์มือถือและกล้องดิจิตอลไฮด์เอนด์จำนวนมากเริ่มใช้ไว-ไฟ แม้จะยังมีปัญหาในเรื่องการถนอมพลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ทั้งหลาย" ราเวนคราฟท์กล่าว อัตราความเร็วในการส่งข้อมูลสูงสุดของไวร์เลสยูเอสบีอยู่ที่ 480 เมกะบิตต่อวินาที ต่ำสุดอยู่ที่ 110 เมกะบิตต่อวินาที รัศมีทำการไกลที่สุดอยู่ที่ 30 ฟุต ซึ่งราเวนคราฟท์คาดว่าในอนาคต ไวร์เลสยูเอสบีจะสามารถพัฒนาความเร็วในการส่งข้อมูลได้มากถึง 1 กิกาบิตต่อวินาทีหรือมากกว่านั้นสำหรับวิธีการใช้ไวร์เลสยูเอสบี ราเวนคราฟท์กล่าวว่าจะต้องเสียบการ์ดเชื่อมต่อลงในเมนบอร์ดของเครื่องพีซีที่ต้องการ เครื่องพีซีจึงจะสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่ฝังเทคโนโลยีดังกล่าวไว้ในตัวเครื่องโดยผ่านทางพาธ (path) รับส่งข้อมูลช่องเดียวกับที่ยูเอสบีแบบมีสายปกติใช้
www.manager.co.th




ทีโอทีเผยปี 53 เดินหน้าไฟเบอร์ออฟติกส์ควบบรอดแบนด์กว่า 1.3ล้านราย ชี้หาก 3จีเกิดทุ่นงบลงทุนได้มาก จี้รัฐออกนโยบายไวร์เลสใช้งานทั่วถึง ปิ้งโครงการ-นโยบาย NORTHเอาใจลูกค้า...
นายรังสรรค์ จันทร์นฤกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ภาคขายและบริการภูมิภาคที่ 3 บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปี 2553 ทีโอทีเตรียมพร้อมโครงข่ายการบริการเดินสายไฟเบอร์ออฟติก โดยขยายเพิ่มอีกจำนวน 18 อำเภอ ในภาคเหนือ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 50 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้อินเทอร์เน็ตให้สูงขึ้นถึง 10 เมกะบิต ตามแผนแม่บทไอซีทีฉบับ 2 (ปี 2552-2556) ขณะที่ปัจจุบัน อยู่ที่ 4-8 เมกะบิต โดยมีสัดส่วนลูกค้าภาคเหนือที่ใช้โทรศัพท์บ้านและอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บรอดแบนด์กว่า 95% เป็นลูกค้าบ้าน ส่วนอีก 5% เป็นลูกค้ารายใหญ่และเอสเอ็มอี
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ภาคขายและบริการภูมิภาคที่ 3 บมจ.ทีโอที กล่าวต่อว่า ปัญหาไฟเบอร์ออฟติกส์ ยังมีอยู่หลายส่วน เช่น สายและอุปกรณ์เครือข่าย ที่ต้องเพิ่มการลงทุนให้มากขึ้น และสายเคเบิ้ลทองแดง ที่ขณะนี้มีผู้ใช้กว่า 90% ที่ต้องเปลี่ยนให้รองรับการใช้งาน เป็นต้น ขณะเดียวกัน ก็มองว่า 3จี มีความจำเป็นต่อการพัฒนาประเทศนั้น ประกอบกับประเทศไทยมีความพร้อมมากขึ้นกว่าเดิม จากราคาคอมพิวเตอร์ที่ถูกลง และมีไฮสปีดอินเทอร์เน็ต 3จี เชื่อมโยงกันได้ อย่างไรก็ตาม อยากให้ 3จี เกิดขึ้นทั่วประเทศ เพราะการลงทุน 3จี จะถูกกว่าไฟเบอร์ออฟติกส์มาก แต่หากไม่ได้ทำ 3จี อาจจะโดนแย่งลูกค้า เพราะมีโอเปอร์เรเตอร์รายใหม่เข้ามา อีกทั้ง ถ้ามีการเลือกตั้งครั้งใหม่ อยากให้รัฐบาลประกาศนโยบายขยายไวเลส หรือ 3จี เพื่อเพิ่มโอกาสให้ประชาชนใช้งานเท่าเทียมกัน
นายรังสรรค์ กล่าวอีกว่า ปี 2553 จะมีโครงการยิ้มสดใสเต็มใจให้บริการ(TOT Smile Care) ณ ศูนย์บริการลูกค้า จำนวน 78 แห่ง ทั้งภาคเหนือ โดยมุ่งเน้นความพอใจให้ลูกค้าเป็นหลัก และให้พนักงานใส่ใจบริการลูกค้า การดูแลสถานที่ให้บริการสะอาด สวยงาม รวมถึงเปิดให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็นต่อการให้บริการด้วย พร้อมชูนโยบาย NORTH มุ่งเน้นการบริการ ดังนี้ N เน็ตเวิร์ค ควอริตี้ คุณภาพโครงข่ายให้ลูกค้ามั่นใจ O โอเปอร์เรชั่น เอ็กซ์เซลเลนท์ มุ่งเน้นการบริการแก่ลูกค้าทุกกลุ่ม ทุกเวลา R รีดดิเนส ราพิด เรสปอนซิบิลิตี้ มีความพร้อม รวดเร็วและรับผิดชอบต่อลูกค้า T เทิร์นอะราวด์ ดิพ้อยซ์เม้นท์ ดำเนินงานตามแผนงานได้ตามเป้า และ H ฮิวแมน รีซอสดิพอยซ์เม้นท์ พัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถ พร้อมตอบสนองความต้องการของลูกค้า
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ภาคขายและบริการภูมิภาคที่ 3 บมจ.ทีโอที กล่าวด้วยว่า ปี 2552 ที่ผ่านมา บริการบรอดแบนด์ จะมีผู้ให้บริการถึง 1 ล้านราย โดยตั้งเป้าว่า ปี 2553 จะขยายการให้บริการเป็น 1.3 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้นอีก 3 แสนราย ขณะที่ยอดผู้ใช้บริการ ADSL ของภาคเหนือ มีประมาณ 1.5 แสนราย มากที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับภาคอื่นๆ โดยคาดการณ์ว่าปี 2553 จะขยายบริการเป็น 2 แสนราย หรือเพิ่มขึ้นอีก 5 หมื่นราย
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 6 มกราคม 2553 เวลา 16:13 น.




สไกป์จับมือแอลจี-พานาโซนิก ออนไลน์วีดิโอผ่านทีวี
สไกป์ ผู้ผลิตโปรแกรมสำหรับคุยโทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ต ร่วมมือกับ ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ทั้งแอลจีและพานาโซนิก เพื่อยกระดับบริการวิดีโอผ่านอินเตอร์เน็ตไปอยู่บนจอโทรทัศน์...
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 5 ม.ค. บริการฟรีวีดิโอของ สไกป์ ซึ่งแข่งขันกับยักษ์ใหญ่อื่นๆ ทั้ง" Cisco Systems Inc" และ "Polycom Inc" เตรียมวางแผนพัฒนาบริการของตัวเองให้ล้ำหน้าไปอีกก้าว ด้วยการร่วมมือกับแอลจีและพานาโซนิก ให้บริการผ่านทางโทรทัศน์ความละเอียดสูง ในช่วงกลางปี 2010 นี้
โดยสองบริษัทอิเล็กทรอนิกส์ยักษ์ใหญ่จะติดตั้งเทคโนโลยีของสไกป์ ในโทรทัศน์รุ่นใหม่ที่สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตได้ ส่วนเว็บแคมและไมโครโฟนนั้นจะขายแยกต่างหากสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้สไกป์
โทรทัศน์ของพานาโซนิกในอเมริกา ที่จะสนับสนุนสไกป์นั้น มีอยู่ในรุ่น VT และ G ซึ่งมีขนาดความกว้างของจอภาพให้เลือกสูงถึง 65 นิ้ว ส่วนของ แอลจี นั้น จะติดตั้งโปรแกรมในโทรทัศน์ LCD และจอพลาสมารุ่นใหม่ทั้ง 26 รุ่น โดยทั้งคู่เตรียมสาธิตบริการใหม่นี้ในงาน คอนซูมเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ โชว์ ที่ ลาส เวกัส สุดสัปดาห์นี้
ข่าวจาก : ไทยรัฐ
วันที่ : 5 มกราคม 2553 เวลา 20:27 น.





สัปดาห์ที่ 6
นาฬิกาทรายดิจิตอล
คราวนี้มาดูไอเดีย Gadget ที่น่าสนใจกันบ้างดีกว่าค่ะ เป็นนาฬิกาดิจิตอลที่แตกต่างจากที่เคยพบเห็นกันทั่วไป เนื่องจากมันมีโหมดพักจอ หรือ Screen Saver ที่แสดงผลเป็นนาฬิกาทรายที่บอกเวลาเป็นชั่วโมงให้เราทราบนั้นเอง
Time+Sand watch นาฬิกาทรายดิจิตอลที่เห็นในรูปเป็นผลงานไอเดียของนักออกแบบชื่อว่า Pavel Balykin โดยมันจะแสดงผลเป็นรูปนาฬิกาทรายเมื่อเข้าสู่โหมดพักจอ และเมื่อผู้ใช้ต้องการดูเวลาขณะนั้นก็กดปุ่มด้านข้าง
นาฬิกาทรายดิจิตอลจะมาพร้อมกับฟังก์ชันตรวจจับความเคลื่อนไหว(motion sensor)ด้วยค่ะ ซึ่งจะทำให้ตัวมันทราบตำแหน่งการวางของนาฬิกา เพื่อจะได้แสดงผลการทำงานในโหมดนาฬิกาทรายได้อย่างถูกต้อง ก็เป็นไอเดียง่ายๆ ที่อาจจะเรียกความสนใจจากผู้บริโภคได้พอสมควร หากมันได้รับการผลิตออกมาจำหน่ายในท้องตลาด
ขอบคุณเนื้อหาจาก ดิจิตอลออนไลน์
เน็ตบำรุงสมอง ช่วยป้องกันสติปัญญาเสื่อมลงตามวัย
นักประสาทวิทยาศาสตร์ได้พบว่า การเล่นอินเตอร์เน็ตเป็นหนทางช่วยป้องกันผู้สูงอายุ ไม่ให้สติปัญญาเสื่อมถอยลงไปได้ทางหนึ่ง..
ศาสตราจารย์ ดร.แกรี สมอลล์ อาจารย์ของสถาบันประสาทวิทยาซีเมล มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียที่สหรัฐฯกล่าวบอกว่า "เราสามารถจะสอนผู้สูงอายุ ให้รู้จักลูกเล่นของเทคโนโลยีใหม่ๆ เพราะเคยพบมาแล้วว่า แม้แต่ผู้ที่ไม่สู้คุ้นเคยมาก่อน ชั่วฝึกเพียงแค่อาทิตย์เดียว ก็ปรากฏว่าบริเวณสมองมีหน้าที่เกี่ยวกับการตัดสินใจ อันเป็นสมองส่วนความคิด มีความคึกคักขึ้นเป็นอันมาก ซึ่งมันก็มีเหตุผล เพราะเมื่อเรา กำลังค้นหาทางออนไลน์อยู่นั้น จำเป็นจะต้องใช้การตัดสินใจเป็นอันมาก"
บรรดาผู้เชี่ยวชาญปัจจุบัน พากันหันมายึดหลักว่า "สติปัญญาของคนเรานั้น ถ้าหากไม่ใช้มัน ก็จะสูญมันไปเสียเลย"
ดร.แกรีกับคณะได้ศึกษากับผู้สูงอายุวัยระหว่าง 55-78 ปี ที่ยังมีสติสัมปชัญญะปกติ ให้หันมาท่องเน็ต ในขณะที่ได้ตรวจวัดคลื่นไฟฟ้าสมองไปด้วย วันละ 1 ชม. ติดกัน 7 วัน และปรากฏผลลัพธ์ว่า "โดยพื้นฐานแล้ว ผู้ที่เคยจับมาบ้างแล้ว สมองของพวกเขาได้แสดงให้เห็นว่ามีความเคลื่อนไหว ขึ้นขนาดมากทีเดียว ส่วนผู้ที่เพิ่งมาจับ ซึ่งเมื่อกลับไปบ้านยังไปฝึกฝนต่อ ก็ปรากฏว่าสามารถไล่ทันมือเก่าได้เลย".
จี-แทรค ควบคุมรถผ่านมือถือ
สร้างความอุ่นใจให้กับบรรดาผู้รักรถมากขึ้น เมื่อมีการนำเทคโนโลยีผนวกกับการสื่อสารไร้สายอย่างมือถือ
สร้างบริการใหม่ที่โดนใจ ไม่ใช่เฉพาะคนรักรถ แต่ยังครอบคลุมไปถึงสวัสดิภาพของคนขับรถอีกด้วย
บริการที่ว่านี้เรียกว่า จี-แทรค (G-Track) ระบบสื่อสารอัจฉริยะที่ทำ ให้รถคุณสื่อสารและควบคุมได้ง่าย ๆ ผ่านมือถือ ผลงานความร่วมมือของเอไอเอสและวันลิ้งค์ เทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารข้อมูลแบบเคลื่อนที่
“วรุณเทพ วัชราภรณ์” ผู้อำนวยการสำนักการขายกลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัทแอดวานซ์ อินโฟร์ เวอร์วิส จำกัด หรือเอไอเอส บอกว่า เดิมบริการติดตามรถยนต์หรือแทรคกิ้ง มีใช้เฉพาะในกลุ่มธุรกิจขนส่งขนาดใหญ่ เช่นใช้ในรถบรรทุก ขนของ หรือรถน้ำมัน แต่วันนี้ถือเป็นการขยายบริการมาสู่กลุ่มผู้ใช้ทั่วไป ซึ่งเป็นการตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของคนเมืองที่ต้องใช้เวลาในการขับรถหลายชั่วโมงต่อวัน และมีปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันสูง เหมาะสำหรับคนทำงานรุ่นใหม่ที่ชอบความทันสมัย สะดวกสบาย รวมถึงกลุ่มครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยระหว่างขับขี่
ด้านผู้พัฒนาระบบ “นายสัมฤทธิ์ บุญอมร” ประธานบริหารบริษัทวันลิ้งค์ฯ บอกว่า กลไกการทำงานของระบบจี-แทรคจะมีซิมการ์ดของเอไอเอสฝังอยู่ ซึ่งจะมีการติดตั้งโปร แกรมทั้งในส่วนของตัวรถและมือถือของลูกค้า ทำให้สามารถสื่อสารผ่านเครือข่ายไร้สายได้แบบอินเทอร์แอคทีฟ
ระบบนี้ไม่ใช่เป็นแค่จีพีเอสหรือระบบติดตามรถยนต์แบบเรียลไทม์สเท่านั้นแต่ยังเป็นระบบที่พัฒนาขึ้นสำหรับแก้ทุกปัญหาบนท้องถนนที่เกิดกับรถ
เช่น G-Track ALERT บริการแจ้งเตือนกรณีรถถูกขโมย สามารถรู้ความเคลื่อนไหวของรถได้ตลอดเวลาผ่านมือถือ หรือเว็บไซต์ สั่งตัดสตาร์ต รวมถึงแจ้งตำรวจได้ทันที
เพิ่มความสะดวกสบายด้วยการสั่งการผ่านมือถือในการล็อกหรือปลดล็อกรถ มีแผนที่นำทาง แนะนำเส้นทางท่องเที่ยวร้านอาหาร และหากมีปัญหาฉุกเฉิน รถเสีย รถชน น้ำมันหมด มีคอลเซ็นเตอร์ให้บริการช่วยเหลืออีกต่างหาก
บริการทั้งหมดนี้ ผู้บริหารวันลิ้งค์ บอกว่า เสียค่าใช้จ่ายเป็น 2 ส่วนคือ ค่าอุปกรณ์ที่จะติดตั้งในรถยนต์ประมาณ 18,000 บาท และจ่ายเป็นค่าบริการ รายเดือน ซึ่งรวมทุกอย่างแล้วเดือนละ 350 บาท
คาดหวังว่าจะมาแทนระบบกันขโมยในอนาคต เพราะราคาไม่แตกต่างกันมาก
สามารถติดตั้งได้กับรถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ส่วนมือถือก็ใช้ได้ทุกรุ่นที่รองรับการเชื่อมต่อจีพีอาร์เอส
น่าดีใจที่เห็นบริการโดน ๆ แบบนี้ โดยไม่ต้องรอเทคโนโลยี 3จี !!!.

เตือนภัย : สายตาสั้นนั่งหน้าจอระวังต้อหิน
ดร. มาซากิ ตาเตมิชิ แห่งโรงเรียนแพทย์มหาวิทยาลัยโตโฮของญี่ปุ่น กล่าวว่า นอกจากการสูบบุหรี่ และโรคความดันโลหิตสูงแล้ว การนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เป็นโรคสายตาสั้นได้เหมือนกัน สำหรับคนที่มีสายตาสั้นอยู่แล้ว ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดความผิดปกติของประสาทตาเพิ่มมากขึ้น แล้วอาจจะส่งผลให้เป็นโรคต้อหินได้
คณะวิจัยของ ดร. มาซากิ ตาเตมิชิ ได้ทดลองทำแบบสอบถามกับพนักงานที่นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ พบผู้มีปัญหาในเรื่องสายตาอยู่ 5%และหลังจากทำการตรวจสายตาอย่างละเอียดพบว่า มีผู้ที่มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นต้อหินอยู่ 1 ใน 3 จึงสันนิษฐานได้ว่าผู้ที่มีสายตาสั้นแล้วต้องนั่งทำงานอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นานๆ เป็นเวลาติดต่อกัน อาจจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคต้อหินได้
ขอบคุณข้อมูล : นิตยสารใกล้หมอ
สัปดาห์ที่ 5
? ? ? ทำไม ตัวอักษรในแป้นพิมพ์ทั้งของเครื่องพิมพ์ดีดและคอมพิวเตอร์ ถึงไม่เรียงกันตามลำดับอักษรเช่น A B C
สำหรับการเรียงอักษรบนแป้นพิมพ์ในปัจจุบันนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นการเรียง ที่เรียกว่า QWERTY (คิวเวอร์ตี้) ที่เรียกกันอย่างนี้เพราะเป็นการนำอักษร 6 ตัวแรก(เมื่อนับจากซ้ายมาขวา) ของแป้นพิมพ์ที่เป็นตัวอักษรแถวบนมาต่อกัน และถ้าหากจะถามว่าทำไมถึงต้องเรียงแบบนี้ เราคงต้องย้อนกลับไปในอดีตกันซะหน่อย
การเรียงลำดับ อักษรของแป้นพิมพ์ในปัจจุบันนั้น มีที่มาจากข้อจำกัดที่เกิดกับเครื่องพิมพ์ดีดในยุคแรกๆ ที่ยังจัดแป้นพิมพ์แบบเรียงตามลำดับตัวอักษรคือ เมื่อคนที่พิมพ์ดีดได้คล่องและเร็วมาพิมพ์จะทำให้ก้านพิมพ์ดีดขัดกันอยู่ เสมอ ต่อมา คริสโตเฟอร์ ลาแธม โชลส์ วิศวกรเครื่องกลชาวสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องพิมพ์ดีดสมัยใหม่รายแรกและได้รับสิทธิบัตรในปี 1868 จึงทำการเรียงลำดับตัวอักษรเสียใหม่ด้วยการแยกตัวอักษรที่มักใช้มาผสมเป็นคำ ร่วมกันบ่อยๆ ออกไปอยู่กันคนละฝั่งของแป้นพิมพ์ เพื่อทำให้นักพิมพ์ดีดพิมพ์ได้ช้าลงกว่าเดิม จะได้ไม่เกิดปัญหาก้านพิมพ์ขัดกันอีก
อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกผู้คนยังคงไม่นิยมเครื่องพิมพ์ดีดของเขามากนัก ทำให้โชลส์ตัดสินใจขายสิทธิบัตรดังกล่าวให้กับทางบริษัท เรมิงตันอาร์มคอมพานี ในปี 1973 ซึ่งปรากฏว่าหลังจากที่ทางเรมิงตันผลิตเครื่องพิมพ์ดีดออกมาจำหน่าย ความนิยมในตัวเครื่องพิมพ์ดีดกลับเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก
ใน เวลาต่อมา ปรากฏว่ามีผู้พยายามจัดเรียงตัวอักษรบนแป้นพิมพ์เป็นแบบต่างๆ ซึ่งแบบที่ได้รับความนิยมมากหน่อยก็อย่างเช่น แบบ DVORAK ซึ่งเคยมีการบอกกล่าวกันว่าการเรียงในรูปแบบนี้จะทำให้พิมพ์เร็วขึ้น จนทางห้างร้านบริษัทหลายแห่งเริ่มนิยมกันอยู่พักหนึ่ง แต่ว่าในปี 1956 ทาง General Services Administration ซึ่งเป็นหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีหน้าที่คอยให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่หน่วยงานอื่นๆของรัฐ ได้ทำการศึกษาการจัดแป้นพิมพ์ทั้ง 2 แบบ และก็พบว่า การจัดแบบ QWERTY นั้น ทำให้พิมพ์ได้เร็วเท่ากับหรือมากกว่าแบบ DVORAK ทำให้ความนิยมของการจัดแป้นพิมพ์แบบ DVORAK ลดลงไป
ทั้ง นี้ หลายคนอาจจะคิดว่า ปัจจุบันเราก็ไม่ได้นิยมใช้พิมพ์ดีดแบบเมื่อก่อนแล้ว ดังนั้นปัญหาเรื่องก้านพิมพ์ขัดกันก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาต่อไป แล้วทำไมเราจึงไม่เปลี่ยนกลับไปใช้แป้นพิมพ์แบบเรียงตามตัวอักษรเหมือนก่อน ซึ่งคำตอบสำหรับคำถามนี้หลายคนคงพอเดากันได้ว่าเป็นเพราะ เราคุ้นเคยและเคยชินกับแบบ QWERTY จนไม่อยากจะกลับไปเสียเวลาเริ่มนับหนึ่งกับแบบเดิมเสียแล้ว
เคล็ดลับ : 5 วิธีป้องกัน ไวรัสคอมพิวเตอร์ แบบง่าย ๆ

|
ไวรัสสำหรับคอมพิวเตอร์ ก็คล้าย ๆ กับเชื้อโรคที่เป็นสาเหตุของโรคหวัดของเรานั่นแหละ นอกจากจะทำร้ายคอมพิวเตอร์ของเรา ยังอาจลุกลามไปถึงเครื่องคนอื่นได้ โดยเฉพาะในออฟฟิศหรือสำนักงาน มาป้องกันไวรัสด้วยวิธีง่าย ๆ นี้ดีกว่า
อย่าเปิดอ่านอีเมลแปลก ๆ เวลาที่คุณเช็กอีเมล ถ้าเผอิญเจออีเมล์ชื่อแปลก ที่ไม่รู้จักให้สงสัยไว้ก่อนเลยว่าต้องมีไวรัสแน่นอน แม้ว่าชื่อหัวข้ออีเมลจะดูเป็นมิตรแค่ไหน ก็อย่าเผลอกดเข้าไปเด็ดขาดล่ะ
ใช้โปรแกรมตรวจจับและกำจัดไวรัส (Anti-virus) ต้องยอมรับว่า ไม่มีโปรแกรมตรวจจับและกำจัดไวรัสโปรแกรมใดสมบูรณ์แบบ จะต้องอัพเดตโปรแกรมที่ใช้ตรวจจับและกำจัดไวรัสอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ครอบคลุมถึงไวรัสชนิดใหม่ ๆ
อย่าโหลดเกมมากเกินไป เกมคอมพิวเตอร์จากเว็บไซต์ต่าง ๆ อาจมีไวรัสซ่อนอยู่ ไม่ควรโหลดมาเล่นมากเกินไป และควรโหลดจากเว็บไซต์ที่เชื่อถือได้เท่านั้น บางทีเว็บไซต์จะมีเครื่องหมายบอกว่า "No virus หรือ Anti virus" อยู่แบบนี้ถึงจะไว้ใจได้
สแกนไฟล์ต่าง ๆ ทุกครั้งก่อนดาวน์โหลดไฟล์ทุกประเภท ควรทำการสแกนไฟล์ รวมทั้งข้อมูลจากภายนอกก่อนเข้ามาใช้ในเครื่อง ไม่ว่าจะเป็น CD, Diskette หรือ Handydrive ต้องใช้โปรแกรมค้นหาไวรัสเสียก่อน
หมั่นตรวจสอบระบบต่าง ๆ ควรตรวจสอบระบบต่าง ๆ ของเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอ เช่น หน่วยความจำ, การติดตั้งโปรแกรมใหม่ ๆ ลงไป, อาการแฮงค์ (Hang) ของเครื่องเกิดจากสาเหตุใด บ่อยครั้งหรือไม่ ซึ่งคุณอาจจะต้องติดตั้งโปรแกรมพวกบริการ (Utilities) ต่าง ๆ เพิ่มเติมในเครื่องด้วย
Tip ... รู้ได้อย่างไรว่าคอมพิวเตอร์ติดไวรัสแล้ว
1. การทำงานของคอมพิวเตอร์ช้าลงกว่าปกติ
2. คอมพิวเตอร์หยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ
3. อยู่ดี ๆ ข้อมูลบางอย่างก็หายไป
4. ตัวเครื่อง Restart เองโดยไม่ได้สั่ง
5. แป้นพิมพ์ทำงานปกติหรือไม่ทำงานเลย
|
|
|
ขอบคุณข้อมูล : momypedia
Firefox 3.7 เร่งกราฟิก 2D ตัดหน้า IE9
แต่ในขณะที่เทคโนโลยีดังกล่าวกำลังสร้างความน่าสนใจให้กับ IE9 ได้เป็นอย่างดีอยู่นั้น Bas Schouten โปรแกรมเมอร์จาก Mozilla ก็สนใจเทคโนโลยีนี้ด้วย ซึ่งในช่วงวันหยุดสัปดาห์ที่แล้ว เขาได้พัฒนา Firefox 3.7 เวอร์ชันอัลฟ่าให้สนับสนุนการใช้งาน Direct2D ได้เป็นผลสำเร็จแล้ว โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเปิดเผยในบล็อก หลังจากที่ไมโครซอฟท์นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ IE9 ในงาน PDC 09 เพียงไม่กี่วันเท่านั้น
ไมโครซอฟท์พัฒนา Direct2D และ DirectWrite เพื่อใช้พลังประมวลผลจากชิปกราฟิก (GPU) ในการเร่งการแสดงผล 2 มิติทั้งภาพ และข้อความตามลำดับ โดยทั้งสองเทคโนโลยีนี้จะอยู่ใน Windows 7 และ Windows Server 2008 R2 อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทยืนยันว่า เทคโนโลยีเหล่านี้จะถูกนำไปใช้กับ Windows Vista ด้วย Shouten มั่นใจว่า จะสามารถชิป Firefox 3.7 ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีนี้ได้ก่อน IE9 ทั้งนี้ Firefox 3.7 มีกำหนดออกในช่วงครึ่งแรกของปี 2010 ในขณะที่ไมโครซอฟท์เพิ่งจะเริ่มพัฒนา IE9 และยังไม่มีการระบุช่วงเวลาของการเปิดตัวบราวเซอร์เวอร์ชั่นนี้แต่อย่างใด
ข้อมูลจาก: Engadget
"เคล็ดลับ" ใช้อินเตอร์เน็ตให้ปลอดภัย
อัตราผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในประเทศไทยในปัจจุบัน คาดว่ามีอยู่ประมาณ 15 ล้านคน บวกลบจากนี้นิดหน่อย
ทีนี้เมื่อ "โลกไซเบอร์" มีพลเมืองเข้าไปอยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้น
กลุ่มแก๊งมิจฉาชีพก็เลยสบช่อง ใช้อินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการหา "เหยื่อ" เช่นกัน!
เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อโจรไฮเทค บล็อกข่าวเทคโนโลยีออนไลน์ "SWITCHED" จึงตีพิมพ์บทความเขียนข้อแนะนำเบื้องต้นในการป้องกันตัวไว้ ว่า
1. อย่าซื้อของจากเว็บไซต์ที่ไม่เป็นที่รู้จัก ไม่คุ้นเคย หรือแทบไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน
2. อย่าหลงเชื่อข้อมูลต่างๆ จาก "อีเมล์ลูกโซ่" ซึ่งฟังดูดีเกินกว่าจะเป็นจริง อาทิ "ด่วน คุณถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1!"
3. เวลาใช้อีเมล์ อย่าเปิดหรือกดดาวน์โหลดไฟล์จากคนไม่รู้จัก เพื่อป้องกันไวรัสคอมพิวเตอร์
4. อย่าคลิกดูโฆษณาขยะจำพวก "ป๊อปอัพ"
5. อย่าใช้เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะทำธุรกรรมการเงินอิเล็ก ทรอนิกส์
6. เวลาไปใช้เครือข่ายอินเตอร์เน็ตไร้สายในที่สาธารณะ ถ้าเป็นไปได้ควรหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์
7. หัดลองใช้เบราเซอร์ หรือโปรแกรมท่องอินเตอร์เน็ต ซึ่งมีระบบรักษาความปลอดภัยดีๆ เช่น ไฟร์ฟ็อกซ์, โอเปร่า
8. หมั่นอัพเดตโปรแกรมป้องกันไวรัส-หนอนคอมพิวเตอร์
9. อย่าใช้ "รหัสลับ" เหมือนกันจนเปรอะไปทุกเว็บไซต์
10. อย่าโพสต์ หรือเขียนข้อมูลส่วนตัวลงไปในเว็บไซต์ต่างๆ รวมถึงเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์
11. เมื่อมีอีเมล์ส่งเข้ามาถึงอ้างว่า เว็บนั้นเว็บนี้มีการเปลี่ยนแปลง จึงอยากขอให้ช่วยส่งข้อมูลใหม่ไปให้ อย่ารีบร้อนกรอกข้อมูลส่วนตัวใดๆ ลงไป
เพราะอาจติดกับกลลวงประเภท "ฟิชชิ่งสแคม" โดยไม่รู้ตัว ทางที่ดี เมื่อมีข้อสงสัยให้หาเบอร์โทรศัพท์ไปสอบถามข้อมูลจากเจ้าของเว็บไซต์นั้นๆ ให้ชัดเจนเสียก่อน!
|
|
สัปดาห์ที่ 4
Office 2010 (beta) ดาวน์โหลดได้แล้ว
"ในกรณีที่คุณใช้ Office 2003 อยู่แล้วเกิดอยากลองใช้ Office 2010 คุณอาจจะรู้สึกว่า เหมือนเริ่มหัดใช้ซอฟต์แวร์กันใหม่เลยทีเดียว เนื่องจากส่วนติดต่อผู้ใช้ (User Interface) แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ถ้าคุ้นเคยกับ Office 2007 อยู่แล้ว คุณจะสามารถใช้ออฟฟิศรุ่นใหม่ได้อย่างรวดเร็ว" Chris Capossela รองประธานอาวุโสแผนกธุรกิจของไมโครซอฟท์ กล่าว
เขายังกล่าวอีกด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่เกิดขึ้นในช่วงรอยต่อระหว่าง Office 2003 และ Office 2007 จะไม่ได้มีความแตกต่างของอินเตอร์เฟซมากนัก เมื่อขยับขึ้นมาใช้ Office 2010 แต่ผู้ใช้จะรู้สึกว่า มันใช้งานง่าย และมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ลงตัวกว่าเดิมมาก นอกจากนี้ Capossela ยังเชื่ออีกด้วยว่า ผู้ใช้จะต้องรู้สึกตื่นเต้นกับคุณสมบัติใหม่ๆ มากมายทีมาพร้อมกับออฟฟิศ 2010 อย่างเช่น
- ฟังก์ชันใหม่สำหรับแก้ไขวิดีโอในสไลด์ของโปรแกรม PowerPoint
- ฟังก์ชันร่วมแก้ไขเอกสารใน Word ที่เปิดโอกาสให้ผู้ใช้สองคนสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงไฟล์เอกสารได้พร้อมกัน
- การจัดการอีเมล์ใน Outlook และความสามารถในการผูกบัญชีผู้ใช้ Outlook เข้าไปในเว็บไซต์เครือข่ายสังคม (Social networks) ที่คุณชื่นชอบ
"นี่ถือเป็นอีกหนึ่งหลักไมล์ของโปรแกรม Office ที่ใครก็สามารถใช้งาน และสนุกไปกับคุณสมบัติต่างๆ ของซอฟต์แวร์ได้อย่างครบครัน" Capossela กล่าว สำหรับกำหนดการวางตลาดของ Office 2010 จะอยู่ในช่วงประมาณกลางปี 2010
Powermat ชาร์จเจอร์ไร้สายมาแล้ว!!!
Powermat แผ่นรองชาร์จไร้สายอ้างว่า มันจะช่วยให้ชีวิตของคุณง่ายชึ้น โดยเฉพาะผู้ใช้แก็ดเจ็ตหลายชิ้น เนื่องจากเวลาเสียบปลั๊กชาร์จอุปกรณ์เหล่านี้ นอกจากจะเสียบผิดเสียบถูกแล้ว สายต่างๆ ยังรกรุงรังพันกันมั่วไปหมด แต่ด้วย Powermat คุณสามารถชาร์จอุปกรณ์ต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ไม่ต้องวุ่นวายกับอะแดปเตอร์ หรือสายรุงรังอีกต่อไป แค่วางแก็ดเจ็ตที่ติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จไร้สายเข้าไปแล้ว นำไปวางบนแผ่นรองชาร์จ เพียงเท่านี้อุปกรณ์ต่างๆ ก็จะได้รับการชาร์จแล้ว
สำหรับชุดแผ่นรองชาร์จจะประกอบด้วย ซองใส่(พร้อมอุปกรณ์ภาครับการกระตุ้นสัญญาณไฟฟ้าที่ด้านหลังซอง) และชุดคอนเน็คเตอร์สำหรับอุปกรณ์แก็ดเจ็ตต่างๆ ดังที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้น และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ แผ่นรองชาร์จเจอร์ไร้สาย PMR-PPC1 ที่บางกว่าคีย์บอร์ดของแอปเปิ้ลเล็กน้อย การใช้งานก็เพียงแค่เสียบปลั๊กแผ่นชาร์จเจอร์ แล้วนำอุปกรณ์แก็ดเจ็ตต่างๆ ที่ได้รับการเซ็ตอัพ (ใส่ซองพร้อมอุปกรณ์รับสัญญาณ หรือเสียบกับภาครับขนาดเล็กที่มีคอนเน็คเตอร์รองรับอุปกรณ์ต่างๆ) นำไปวางบนแผ่นรอง เพียงแค่นี้อุปกรณ์ต่างๆ ก็จะได้รับการชาร์จไฟแล้ว โดยระบบจะตัดไฟเมื่อชาร์จเต็มให้อีกด้วย
ราคา Powermat ชุดละ 99 เหรียญฯ หรือประมาณ 3,500 บาทครับ ส่วนของซองใส่อุปกรณ์พร้อมภาครับของพวกไอโฟน ไอพอดทัช หรือแท่นรับไร้สายของ iPod Nano จะต้องซื้อแยกต่างหากชุดละ 39.99 เหรียญฯ (ประมาณ 1,500 บาท)
แอบดู...รถไฟฟ้า"ไร้มลพิษ"จากนิสสัน
รายงานข่าวล่าสุด นิสสัน (nissan) ได้รับสิทธิ์จาก BOI ในการผลิตรถยนต์ "อีโค่คาร์" (Eco Car) เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย โดยกำหนดวางตลาดช่วงมีนาคมปีหน้า แต่ที่จะนำมาเล่าให้ฟังกันเช้านี้ ขอกระโดดข้ามจากงาน CEATEC ไปติดตามความคืบหน้าของงาน Tokyo Motor Show กันบ้างดีกว่า ซึ่งในงานนี้ทางนิสสันได้เตรียมอวดโฉมรถพลังงานไฟฟ้าไร้มลพิษ (zero emission) ที่สวยงาม ปราดเปรียว แถมยังมีวิธีบังคับที่ไม่ธรรมดาอีกด้วย
แลนด์ ไกลเดอร์ (Land Glider) เป็นชื่อของยานพาหนะแห่งอนาคตทีมาพร้อมกับแนวคิดใหม่ โดยออกแบบให้เป็นรถไฟฟ้าสำหรับคนเมือง ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว เพรียวลม ภายในมีสองที่นั่ง ทำงานด้วยระบบไฟฟ้าสมบูรณ์แบบทั้งคัน ตัวถังรถจะได้รับการออกแบบให้มีความแคบเป็นพิเศษ เพื่อลดความแออัดของจราจร และสะดวกในการหาที่จอด
มาดูภายในกันบ้างดีกว่า ในส่วนของที่นั่งคนขับของ Land Glider จะอยู่ศูนย์กลางตรงหน้าพอดี โดยพวงมาลัย (ลักษณะคล้ายๆ กับของเครื่องเล่นเกมส์) จะควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ และอยู่หลังแผงหน้าปัดต่างๆ แบบรถนยต์ทั่วไป ข้อมูลจากนิสสันระบุว่า เนื่องจากมันควบคุมการทำงานด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ดังนั้นพวงมาลัยจะไม่ได้ต่อตรงกับเพลาของล้อโดยตรง ทำให้ควบคุมการขับขี่ได้ง่ายขึ้น
แต่จุดเด่นของ Land Glider ไม่ได้อยู่ที่ดีไซน์ และความไฮเทคฯของมันเพียงอย่างเดียว ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งก็คือ การขับขี่่ที่สามารถโน้มเอียงของตัวรถเวลาเข้าโค้งได้เหมือนมอเตอร์ไซด์ แม้มันจะเป็นรถยนต์ทีมีสี่ล้อก็ตาม คอนเซปต์การทำงานโดยรวมของรถยนต์อาจจะไม่ได้ดูใหม่มากนัก แต่ดีไซน์ และความน่าใช้ของมันต้องยกนิ้วให้เลย
9 อันดับโน้ตบุ๊กเริ่ม"เอ๋อ"ภายใน 3 ปี
SquareTrade ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับอัตราความเสียหายของโน้ตบุ๊กภายใน 3 ปี โดยจัดอันดับตามเปอร์เซ็นต์ความเสียหายของเครื่องที่มีการเอาประกันกับทางบริษัท ซึ่งผลปรากฎว่า โนัตบุ๊กของ Asus มีเปอร์เซ็นต์ความผิดปกติของการทำงานภายใน 3 ปีต่ำสุดอยู่ที่ 15.6% ตามด้วย Toshiba (15.7%) และ Sony (16.8%) ส่วนโน้ตบุ๊กของ HP มีเปอร์เซ็นต์ความผิดปกติของเครื่องสูงสุดคือ 25.6% อย่างไรก็ตาม โดยเฉลี่ยแล้วพบว่ามากกว่า 31% ของโน้ตบุ๊กทั้งหมดจะมีความผิดปกติภายใน 3 ปีแรก
นอกจากนี้ทางบริษัทยังได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับเน็ตบุ๊ก (Netbook) ด้วย โดยข้อสรุปที่น่าตกใจก็คือ โดยเฉลี่ย 20% ของเน็ตบุ๊กจะมีปัญหาภายในปีแรก ตามมาด้วยโน้ตบุ๊กสำหรับผู้ใช้ระดับกลาง และไฮเอ็นด์Square Trade กล่าวว่า ผลการวิจัยข้อมูลในครั้งนี้ทางบริษัทได้สุ่มเลือกแลปทอป และเน็ตบุ๊กมากกว่า 30,000 เครื่องที่อยู่ในแผนการรับประกันของทางบริษัท โดยแต่ละแบรนด์ที่สุ่มขึ้นมาจะต้องมีจำนวนอย่างน้อย 1000 เครื่้อง ซึ่งได้แก่ Acer, Apple, Asus, Dell, Gateway, HP, Lenovo, Sony และ Toshiba สำหรับความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ หรือซอฟต์แวร์จะไม่ได้ถูกนับรวมในการจัดทำสถิติครั้งนี้ สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกเข้าไปดูที่ SquareTrade
ข้อมูลจาก: SquareTrade
สัปดาห์ที่ 3
Firefox อัพเดตอุด"ช่องโหว่"อีกรอบ
โมซิลล่าได้ออกอัพเดต Firefox 3.5.5 ตามหลังเวอร์ชันก่อนหน้านี้มาติดๆ โดยทางเว็บไซต์ระบุว่า ในเวอร์ชันนี้ได้มีการแก้ปัญหาช่องโหว่ร้ายแรง ตลอดจนข้อผิดพลาดต่างๆ ของการทำงานที่ทำให้บราวเซอร์ล่มการทำงานอยู่บ่อยๆ ดังนั้นการอัพเดตครั้งนี้นอกจากจะทำให้ผู้ใช้ได้รับความปลอดภัยในการใช้งานมากขึ้นแล้ว มันยังมีเสถียรภาพการทำงานที่ดีกว่าเดิมอีกด้วย
สำหรับข้อผิดพลาดร้ายแรงที่ได้รับการแก้ไขในอัพเดตนี้ก็คือ การล่มการทำงานเนื่องจากการตีความไฟล์กราฟิก GIF ซึ่งไม่เกิดขึ้นกับเวอร์ชัน 3.5.3 รวมถึงการแก้ปัญหาการทำงานของระบบรักษาความปลอดภัยของเวอร์ชันที่ทำงานบนวินโดวส์ ในส่วนของกำหนดการอัพเดตครั้งต่อไปของบราวเซอร์ Firefox 3.5.6 จะเป็นช่วงหลังจากนี้ประมาณร่วมเดือน โดยจะออกอัพเดตครั้งต่อไปในวันที่ 15 ธันวาคม การให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัย และประสิทธิภาพการทำงานของไฟร์ฟอกซ์ ทำให้ส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้ในปัจจุบันสูงถึง 25% แล้ว
ข้อมูลจาก: cnet
Nokia N900 สมาร์ทโฟนหัวใจ"ลินุกซ์"
แม้ว่าทางบริษัทจะประกาศวางตลาด N900 แล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงไม่สามารถหาซื้อได้ตามร้านค้าทั่วไป ขนาดหน้าร้านออนไลน์ของโนเกียทั้งในสหรัฐฯ และยุโรปยังเปิดให้สั่งจองล่วงหน้า หรือแม้แต่ใน Amazon.com ก็ตาม ดังนั้นการออกมาประกาศในครั้งนี้ เพียงเพื่อให้สัญญาณกับเหล่าสาวกว่า อย่าเพิ่งรีบตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นไปเสียก่อน
สำหรับคุณสมบัติของ Nokia N900 รูปทรงโดยทั่วไปจะอคล้ายกับ Internet Tablets ที่ทางบริษัทได้วางจำหน่ายไปก่อนหน้านี้ โดยจะมีหน้าจอสัมผัส WVGA ขนาดใหญ่ พร้อมคีย์บอร์ดเลื่อนออกมาด้านข้าง (landscape) ส่วนระบบปฏิบัติการจะใช้ Maemo 5 (พัฒนาจาก"ลินุกซ์" โอเอสโอเพ่นซอร์ส) โพรเซสเซอร์ที่ใช้เป็น ARM Cortex-A8 สามารถเพิ่มหน่วยความจำสำหรับแอพพลิเคชันได้สูงสุดถึง 1GB พร้อมด้วยระบบเร่งกราฟิก OpenGL ES 2.0
Nokia N900 จะมาพร้อมกับ Fennec เว็บบราวเซอร์ของโมซิลล่า และสนับสนุนการเล่นไฟล์แฟลช (Adobe Flash 9.4) อย่างสมบูรณ์แบบ หน่วยความจำสำหรับเก็บข้อมูล 32GB สามารถเพิ่มได้สูงสุดถึง 48GB ด้วยการ์ดหน่วยความจำ microSD ในส่วนของฟังก์ชันการเป็นมือถือ N900 ทำงานในระบบ GSM และสนับสนุน HSPA 3G พร้อมด้วย Wi-Fi และ Bluetooth นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับกล้องดิจิตอลความละเอียด 5Mpx เลนส์ Carl Zeiss สนนราคาโดยประมาณอยู่ที่ 650 เหรียญฯ (ประมาณ 22,000 บาท)
เน็ตบุ๊กอยากเป็น"เครื่องอ่านอีบุ๊ก"จอสี
Colorful S101 NewYork เน็ตบุ๊กจากบริษัทผู้ผลิตในประเทศจีนที่มีขนาดหน้าจอ 10 นิ้วกับชื่อแปลกๆ โดยเฉพาะคำว่า "NewYork" ที่ไม่รู้เกี่ยวกันตรงไหน? อย่างไรก็ตาม เน็ตบุ๊กรุ่นนี้มีคุณสมบัติการทำงานที่แตกต่างจากทั่วไปในท้องตลาด เนื่องจากมันมาพร้อมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับความเร่ง (accelerometer) และซอฟต์แวร์ที่ทำให้สามารถหมุนการแสดงผลบนหน้าจอได้เอง เมื่อพลิกเน็ตบุ๊กตั้งขึ้นแบบเดียวกับ"หนังสือ" แม้มันจะไม่บางเบาเท่าเครื่องอ่านอีบุ๊ก (Kindle, Sony Reader) แต่ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว ทำให้คุณสามารถใช้ S101 NewYork เพื่ออ่านอีบุ๊ก หรือท่องเว็บไซต์ได้ที่ความละเอียด 600 x 1024 ได้อย่างลงตัว
สำหรับ acclerometer ที่เพิ่มเข้ามาจะช่วยให้คุณสามารถใช้เน็ตบุ๊กรุ่นนี้แบบอีบุ๊กจอสีได้แล้ว มันยังช่วยป้องกันฮาร์ดดิสก์ (Shock Protection) ของคุณได้อีกด้วย โดยทันทีที่เซ็นเซอร์ตรวจจับว่า คอมพิวเตอร์กำลังร่วงหล่นอย่างอิสระ (หลุดมือ) มันจะชัตดาวน์ฮาร์ดดิสก์ชั่วคราว เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการตกได้อีกด้วย ในส่วนของสเป็กเครื่องโดยทั่วไปก็จะมีซีพียูใช้ Intel Atom N270 1.6GHz ฮาร์ดดิสก์ 160GB หน่วยความจำ 2GB เชื่อมต่อไร้สาย Wi-Fi เว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล ขนาดเครื่องกะทัดรัด (265 x 193 x 25 มม.) และมีหนักเพียง 1.1 กิโลกรัมเท่านั้น สนนราคาอยู่ที่ 2180 หยวน หรือประมาณ 11,000 บาท
ข้อมูลจาก: ubergizmo
สังสรรค์สาวบลายธ์สุดอินเทรนด์กับ ASUS P320
บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เชิญชวนสาวๆ บลายธ์ มาร่วมเป็นนางแบบโพสท่าถ่ายรูปกับ ASUS P320 Mini GPS PDA Phone ที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด 99 x 54.5 x 13.35 มิลลิเมตร น้ำหนักเพียง 105 กรัม หน้าจอขนาด 2.6 นิ้ว ความละเอียด 240x320 พิกเซล ระบบทัชสกรีน กล้อง 2 ล้านพิกเซล ออโต้โฟกัส พร้อมระบบ ปฏิบัติการ Windows Mobile 6.1 Professional อินเทอร์เน็ต บลูทูธ ยูเอสบี และระบบแผนที่นำทางจาก GIS Data ด้วยซอร์ฟแวร์ SpeedNavi ที่สามารถแสดงจุดที่น่าสนใจ ด้วยราคาเพียง 14,900 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) มีให้เลือกถึง 3 สี ทั้งขาว ชมพู และดำ หากสาวๆ คนไหนหลงรัก P320 เหมือนกับสาวบลายธ์ สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอัสซุสทั่วไป
เกี่ยวกับอัสซุส อัสซุสเป็นบริษัทชั้นนำในยุคดิจิตอลใหม่ ด้วยพนักงานและทีมงานเพื่อพัฒนาวิจัย และออกแบบผลิตภัณฑ์ระดับเวิลด์คลาส มากกว่า 8,000 คน และผลประกอบการในปี พ.ศ. 2550 กว่า 6.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ อัสซุสได้รับการจัดอันดับจากนิตยสารบิสิเนส วีค ให้เป็น1 ใน 100 บริษัทไอทีระดับโลก เป็นเวลา 11 ปีติดต่อกัน และจากการจัดอันดับของ วอลล์ สตรีท เจอนัล ให้อัสซุสเป็นผู้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดเป็นอันดับ 1 ในไต้หวัน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
ศูนย์บริการ บริษัท อัสซุสเทค คอมพิวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด
โทรศัพท์: 02-679-8367-70 โทรสาร 02-679-8371 หรือ www.asus.co.th หรือ
ทีมประชาสัมพันธ์อัสซุส
บริษัท โปรเฟสชันแนล มีเดีย บิสซิเนส จำกัด คุณกฤษฎาพร ช่วยบำรุง โทรศัพท์ 02-934-6718 # 18
โทรสาร 02-934-6720-21
สัปดาห์ที่ 2
วิธีง่ายๆในการแปลงไฟล์ PDF เป็น World
PDF เป็นรูปแบบไฟล์ที่มีระบบรักษาความปลอดภัย และมีขนาดที่เล็กลง เมื่อมีการแปลงไฟล์จาก Microsoft Word, Excel PowerPoint หรือโปรแกรมใดๆ ก็ตาม แต่อย่าไงก็ตาม บางครั้งเราก็ยังมีต้องการที่จะแปลงไฟล์กลับมาเป็นเอกสารดังเดิม เพื่อทำการแก้ไข ซึ่งโดยปตกิจะไม่สามารถแปลงมาเหมือนต้นฉบับ แต่ถ้าต้องการใกล้เคียงก็เป็นไปได้ นั่นคือการแปลงหรือดึงเฉพาะข้อมูลที่เป็นตัวอักษรกลับออก
download และทำการติดตั้งจากลิงค์ข้างต้น
-
ดับเบิลคลิกไฟล์โปรแกรม Free PDF to Word Converter
-
คลิกและลากไฟล์ PDF ที่ต้องการแปลง หรือกดปุ่ม Select File
-
ในช่อง Output file ให้คลิกเลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการจัดเก็บ (หลังแปลงไฟล์)
-
คลิกปุ่ม Convert เพื่อแปลงทันที
เซิร์ฟเวอร์ที่มีขนาดเล็ก เงียบ และประหยัดพลังงาน
ฟูจิตสึ คอมพิวเตอร์ ซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ให้บริการโซลูชั่นเชิงกลยุทธ์แก่บริษัทชั้นนำของโลกมากมาย และพร้อมนำเสนอเทคโนโลยีอันทันสมัย ได้เปิดตัว ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 (PRIMERGY TX120) เซิร์ฟเวอร์แบบทาวเวอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุด เงียบที่สุด และใช้พลังงานได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุดในโลก ซึ่งออกแบบมาเพื่อธุรกิจขนาดเล็กและโฮมออฟฟิศที่มักไม่มีการจัดสรรพื้นที่ในบริษัทสำหรับดูแลเซิร์ฟเวอร์แยกต่างหากโดยเฉพาะ โดย ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 มาพร้อมกับฟังก์ชันต่างๆ ครบถ้วนเช่นเดียวกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ในกลุ่ม ไพรเมอร์จี ที่ได้รับรางวัลมาก่อนหน้านี้มากมาย ขณะเดียวกันก็ใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยลง ปล่อยความร้อนและเสียงรบกวนน้อยกว่าเดิม ที่สำคัญยังประหยัดพลังงานมากกว่าด้วย
ปัจจุบันคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์สำหรับดูแลงานเฉพาะทาง กลายเป็นองค์ประกอบหนึ่งบนระบบไอทีที่พบเห็นได้ทั่วไป แม้กับในธุรกิจขนาดเล็ก ตั้งแต่สถาบันด้านสุขภาพ สำนักงานกฎหมาย โบรกเกอร์จัดการด้านการลงทุนและประกันภัย ฟรีแลนซ์ ร้านค้าปลีกขนาดเล็ก ไปจนถึงสำนักงานสาขาของบริษัทขนาดใหญ่ อย่างไรก็ดีมีบริษัทขนาดเล็กเหล่านี้จำนวนไม่มากที่มีพื้นที่เพียงพอสำหรับสร้างห้องเพื่อแยกจัดเก็บเซิร์ฟเวอร์และโครงสร้างพื้นฐานระบบไอที ทำให้บ่อยครั้งเซิร์ฟเวอร์เครื่องใหญ่ที่มีเสียงดังรบกวน จึงถูกตั้งห่างจากโต๊ะทำงานของพนักงานในบริษัทเพียงไม่กี่ฟุตเท่านั้น ตรงกันข้ามกับการออกแบบของ ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 ที่มีขนาดเพียงหนึ่งในสามของเซิร์ฟเวอร์ทั่วไป ทำงานได้เงียบกว่า และไม่รบกวนบุคคลรอบข้าง ใช้พลังงานเพียง 163 วัตต์ ซึ่งทำให้ ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 กินไฟเทียบเท่ากับหลอดไฟในสำนักงานทั่วไปเท่านั้น
ขนาดที่เล็กกว่า: ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 กว้างเพียง 4 นิ้ว สูง 13 นิ้ว และยาวเพียง 16 นิ้วเท่านั้น
มีเสียงรบกวนน้อยกว่า: ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 มีเสียงรบกวนในระดับ 28 เดซิเบล ในขณะที่ไม่มีการประมวลผล และเพียง 31 เดซิเบลในระหว่างการทำงาน ซึ่งถือว่ามีเสียงรบกวนต่ำกว่าเซิร์ฟเวอร์มาตรฐานทั่วไปถึง 50 เปอร์เซ็นต์ทีเดียว
ใช้พลังงานน้อยกว่า: ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 ที่มีการตั้งค่าให้ทำงานอย่างเต็มสมรรถนะ ใช้พลังงานน้อยกว่าเซิร์ฟเวอร์มาตรฐานทั่วไปถึง 35-40 เปอร์เซ็ต์ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า 100 เหรียญสหรัฐฯ (ประมาณ 3,500 บาท) (1) ต่อปีต่อเซิร์ฟเวอร์ โดยการทำงานแบบเต็มที่ของ โพรเซสเซอร์ ดูอัล-คอร์ อินเทล ซีออน ยูพี (Dual-Core Intel Xeon UP) จะใช้พลังงานสูงสุดเพียง 163 วัตต์ เท่านั้น
ไพรเมอร์จี เซิร์ฟเวอร์ ทีเอ็กซ์ 120 มาพร้อมกับ ไพรเมอร์จี เซิร์ฟเวอร์วิว รีโมตแมเนจเมนต์ (PRIMERGY Server View Remote Management) ที่ทำให้การจัดการ ดูแลความปลอดภัยเซิร์ฟเวอร์เป็นเรื่องง่าย ประหยัด และทำได้จากสถานที่ใดเวลาใดก็ได้ สะดวกทั้งกับบริษัทขนาดเล็กที่พึ่งพาที่ปรึกษาในการดูแลบริหารเซิร์ฟเวอร์ ไปจนถึงสำนักงานสาขาของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีฝ่ายไอทีจากสำนักงานใหญ่เป็นผู้ดูแลระบบ
"ไพรเมอร์จี ทีเอ็กซ์ 120 ถือเป็นก้าวสำคัญในการตอบสนองความต้องการของธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งทางฟูจิตสึ เล็งเห็นว่าเป็นตลาดที่สำคัญและกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว" ริชาร์ด แม็คคอร์แมค รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดและเซิร์ฟเวอร์ ของ ฟูจิตสึ คอมพิวเตอร์ ซิสเต็มส์ กล่าวว่า "เครื่องไพรเมอร์จี เซิร์ฟเวอร์ ทีเอ็กซ์ 120 เป็นหนึ่งในผลงานของเราที่เกิดจากความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างจริงจังทั่วทั้งองค์กรในทุกผลิตภัณฑ์ที่เรามีอยู่"
ข้อมูลทางเทคนิค:
- โพรเซสเซอร์ ดูอัล-คอร์ อินเทล ซีออน ยูพี พร้อมด้วยหน่วยความจำแบบเอสแอลซี (SLC - Single Level Cell) ขนาด 4 เมกะไบต์ และทำงานที่ความเร็วฟร้อนต์ไซด์บัส 1066 เมกะเฮิร์ตซ์ หรือโพรเซสเซอร์ อินเทล เซเลอรอน (Intel Celeron) (พร้อมวางจำหน่ายเดือนกันยายน 2550 นี้)
- หน่วยความจำระบบแบบ DIMM จำนวน 4 แถว รองรับสูงสุดที่ 8 กิกะไบต์ พร้อมคุณสมบัติอีซีซี (ECC - error correction code)
- 4 พอร์ตสำหรับควบคุมเอสเอเอส (SAS controller) พร้อมเรด (RAID) 0, 1 และ 1E
- รองรับฮาร์ดดิสก์แบบเอสเอเอส (SAS - Serial Attached SCSI) ที่ถอดเปลี่ยนได้จำนวน 2 ลูก
- มาพร้อมกับระบบควบคุมจัดการจากทางไกล (iRMC - Integrated Remote Management Controller) และชุดเสริมคุณสมบัติด้านการควบคุมชั้นสูง (iRMC Advanced Pack)
- อีเธอร์เน็ตแบบ 1 กิกะบิตต่อวินาที พร้อมด้วยเซอร์วิสแลนสำหรับคุณสมบัติไออาร์เอ็มซี (Service LAN for iRMC)
edit @ 13 Nov 2009 19:38:38 by TEC No gM ...***
แฟลตไดร์พลังงานแสงอาทิตย์
ภายใต้ดีไซน์ขนาดเล็ก แต่ประสิทธิภาพของมันเหลือเชื่อจริงๆ Sun Drive เป็นแฟลชไดรฟ์จากบริษัท Zyrus ที่มีความจุให้เลือกถึง 4 ขนาดด้วยกันคือ 2,4, 8 และ 16GB นอกจากนี้มันยังมาพร้อมกับแบตเตอรี่ในตัวอีกด้วย โดยสามารถชาร์จแบตฯสำรองที่อยู่ภายในผ่านทางพอร์ตยูเอสบีของคอมพิวเตอร์ หรือแสงอาทิตย์ (ประมาณ 10 - 15 ชั่วโมง) ก็ได้
ดังน้้น นอกจากจะทำหน้าที่เป็นแฟลชไดรฟ์แล้ว มันยังทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่สำรอง หรือชาร์จเจอร์ได้อีกต่างหาก โดย Sun Drive จะสามารถให้พลังงานกับอุปกรณ์พกพาต่างๆ อย่างพวกเครื่องเล่น MP3 กล้องดิจิตอล หรือ PMP ได้นานสูงสุดถึง 35 ชั่วโมง หรือใช้ชาร์จมือถือ เพื่อให้มีเวลาพอสำหรับการสนทนาได้นานถึง 100 นาที คุณสามารถพกพา Sun Drive ติดตัวไปได้ทุกที่ด้วยขนาดที่เล็กกะทัดรัด และดีไซน์ที่เรียบง่าย โดยสามารถใช้เป็นพวงกุญแจ ติดไปกับสายคล้องมือถือ หรือสายคล้องคอก็ได้ สนนราคาอยู่ที่ 29,000 วอน หรือประมาณ 840 บาทครับ
City Bike จักรยานคนเมือง(ไม่มีโซ่)?
ทีมออกแบบและพัฒนาจักรยานคนเมือง หรือ City Bike ตีโจทย์ความต้องการว่า จักรยานคนเมืองต้องมีแต่โครงสร้างที่จำเป็นเท่านั้น โดยลดชิ้นส่วนที่แม้จะไม่มี แต่ก็ยังคงซิ่งได้ ซึ่งผู้โชคร้ายก็คือ "โซ่ี" ซึ่งความจริงมันช่วยลดแรงที่ใช้ปั่นด้วยการทดรอบของวงล้อจักรยานให้เพิ่มขึ้น เมื่อไม่มีโซ่ City Bike จึงตอบสนองการใช้งานในปฏิบัติได้ระดับหนึ่ง (ปั่นกันเหนื่อยหน่อย)
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ถอดโซ่ออกไป ทำให้โครงสร้างใหม่ของจักรยานสามารถออกแบบให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยจักรยานจะสั้น และบางลง ทำให้ประหยัดพื้นที่ ซึ่ง City Bike จะตอบโจทย์ในกรณีที่ต้องการสัญจรในระยะทางไม่ไกลมากนัก แล้วคุณผู้ัอ่านล่ะครับคิดเห็นอย่างไรกับดีไซน์แก็ดเจ็ตชิ้นนี้
ข้อมูลจาก: Jruiter
edit @ 13 Nov 2009 19:45:54 by TEC No gM ...***
ว้าว!!! เครื่องคิดเลข Windows & OS X
สำหรับเครื่องคิดเลขระบบปฏิบัติการ (os calculator) ทีออกแบบมาจะมี 2 เวอร์ชันด้วยกันคือ Windows XP และ OS X โดยเวอร์ชันที่เป็นแมคจะใช้ตัวถังโลหะ และมีหน้าจอ LCD แสดงผลตัวเลขได้ 2 บรรทัด ในขณะที่เวอร์ชันบน Windows XP จะใช้สีสันแบบคลาสสิก แถมยังมีส่วนของเมนูติดมาด้วย แม้จะเป็นแค่คอนเซปต์ของการออกแบบ แต่มันยังมีปุ่ม maximize, minimize และ close บนตัวเครื่องให้อีกด้วย ซึ่งเข้าใจว่า มันคงจะใช้ในการเปิดปิดการทำงานของเครื่องคิดเลข หากมีการพัฒนาออกมาเป็นของจริงนั่นเอง
ทางผู้ออกแบบหวังว่า เครื่องคิดเลขของทั้งสองแบบที่ออกมาจะสามารถเรียกร้องความสนใจให้ Microsoft และ Apple อยากผลิตออกมาจริงๆ ก็ได้ เพื่อว่า อาจจะใช้เป็นลูกเล่นในการโปรโมทผลิตภัณฑ์ ซึ่งหากสนใจจริงๆ จะได้ติดต่อทาง Mintpass ที่จะรับไปดำเนินการให้ได้ทันที เห็นแล้วก็อยากได้เก็บไว้เป็นของสะสมเหมือนกัน คุณผู้อ่านล่ะครับ คิดเห็นกันอย่างไร?
ข้อมูลจาก: Mintpass
edit @ 13 Nov 2009 19:58:51 by TEC No gM ...***
edit @ 13 Nov 2009 20:01:53 by TEC No gM ...***
edit @ 13 Nov 2009 20:28:31 by TEC No gM ...***
InPulse Bluetooth companion watch
InPulse Bluetooth companion watch เป็นอุปกรณ์เสิรมความสามารถในการทำงานให้กับมือถือ โดยทำหน้าที่เหมือนหน้าจอขนาดเล็กที่ผูกติดข้อมือ เพื่อถ่ายทอดการทำงานของ Blackberry อีกทีหนึ่ง มันไม่สามารถใช้รับสาย โทรออก หรือพิมพ์ข้อความได้ หน้าที่ของมันจริงๆ คือ แจ้งให้ทราบเมื่อใดก็ตามที่มือถือ Blackberry ของคุณมีสายเรียกเข้ามา แสดงข้อความ SMS ที่ได้รับ ตลอดจนข่าวสารจากระบบฟีด RSS หรือที่แชร์กันในกลุ่มเพื่อนอย่าง twitter อย่างไรก็ตาม มันสามารถแสดงเวลาแบบนาฬิกาทั่วไปได้ด้วย ในส่วนของคุณสมบัติต่างๆ ของเครื่องมีดังนี้
- หน้าจอ OLED ที่มีความสว่างสดใสขนาด 1.3 นิ้ว
- บลูทูธ เวอร์ชัน 2.0+EDR
- แบตเตอรี่ลิเธียมอิออน 150 mAh
- เลนส์แก้วบนตัวถังทีทำจากโลหะ
- มอเตอร์ลูกเบี้ยวที่อยู่ภายในจะสั่นเมื่อเวลามีข้อความ หรือสายเรียกเข้า
- ชาร์จแบตฯผ่าน micro-USB
- อัพเดตเฟิร์มแวร์ได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับสายเคเบิ้ลใดๆ (OTA)
- ขนาดตัวเรือน: 51 มม. x 38 มม. x 12 มม.
InPulse Bluetooth companion watch จะสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นาน 4 วันต่อการชาร์จแบตฯ หนึ่งครั้ง โดยมันสามารถสื่อสารกับมือถือแบล็คเบอรี่ทำงานด้วย OS 4.3 ขึ้นไป สำหรับผู้สนใจสามารถสั่งจองล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์
getinpulse
ข้อมูลจาก:
engadget
*-*สัปดาห์ที่ 1*-*
*** iMac***
สำหรับการชำแหละ iMac รุ่นล่าสุดมีทั้งหมด 24 ขั้นตอน ว่ากันตั้งแต่ไขน๊อต เพื่อถอดชิ้นส่วนของหน้าจอที่ผลิตโดย LG ไปจนถึงชิ้นส่วนต่างๆ ทั้งหมดที่จัดเรียงกันอยู่ภายในได้อย่างสวยงาม เรียกว่า งดงามราวกับ Wall Paper ก็เห็นจะได้ ขออนุญาตไม่เล่ารายละเอียดทั้งหมดในข่าวนะครับ เพราะเดี่ยวจะยาวเกินไป เอาประเด็นที่น่าสนใจในการออกแบบมาเล่าให้ฟังพอสังเขป ส่วนขั้นตอนทั้งหมดขอแนะนำให้คุณผู้อ่านเข้าไปดูใน iFixit จะดีกว่านะครับ
ในขั้นตอนที่ 23 จะเป็นการติดตั้งเสาอากาศเข้าไปในโลโก Apple ที่อยู่ด้านหลังของตัวเครื่อง สงสัยไหมครับว่า ทำไมถึงทำเช่นนั้น ปกติโลโกดังกล่าวจะมีไว้นำเสนอแบรนด์ที่ชัดเจน แต่สำหรับ iMac มันทำมากกว่านั้น เนื่องจาก iMac รุ่นก่อนหน้านี้ ตัวถังด้านหน้าจะเป็นอะลูมิเนียม และด้านหลังใช้พลาสติก แต่สำหรับ iMac รุ่นใหม่จะใช้ตัวถังเป็นอะลูมิเนียมทั้งหมด ซึ่งดูดีมากๆ แต่มันไม่ดีสำหรับ Wi-Fi โลโกแอปเปิ้ลเป็นที่เดียวที่ใช้พลาสติก ทีมออกแบบแอปเปิ้ลจึงตัดสินใจติดตั้งเสาอากาศ AirPort เข้าไปที่บริเวณนี้ อืม...ช่างคิดสมชื่อแอปเปิ้ลจริงๆ เลยนะครับ
โน้ตบุ๊กไฮเอ็นด์
IdeaPad Y550P โน้ตบุ๊กไฮเอ็นด์สำหรับผู้บริโภคที่ต้องการใช้งานระบบมัลติมีเดีย และการเล่นเกมส์ที่สมบูรณ์แบบ เนื่องจากเป็นโน้ตบุ๊กตัวแรกที่ขุมพลังภายในเครื่องเป็น Intel Core i7 ด้วยขนาดหน้าจอกว้าง 15.6 นิ้ว 16:9 ความละเอียด 1,366x 768 พิกเซล เว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล ไดรฟ์สามารถอัพเกรดเป็น Blue-ray ได้ โดยสนนราคาเริ่มต้นที่ 1,399 เหรียญฯ หรือประมาณ 47,000 บาท ส่วนรายละเอียดสเป็กขั้นเทพของ IdeaPad Y550P มีดังนี้
โพรเซสเซอร์ Intel Core i7
กราฟิกการด์ Nvidia GeForce GT 240M
หน่วยความจำ DDR3 8GB
ฮาร์ดดิสก์ 500GB
อัพเกรดเป็น Blu-ray
นอกจากจะมีรุ่นไฮเอ็นด์
ด์อย่าง Y550P แล้วทางเลอโนโวยังได้อัพเกรดโน้ตบุ๊กรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง IdeaPad U350 เพื่อตอบรับกระแสความต้องการโน้ตบู๊กบางเบาที่ตอบสนองงานได้หลากหลาย และสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานขึ้น โดยจากเดิมทีใช้โพรเซสเซอร์ Single Core ULV ก็อัพเกรดเป็น Core 2 Duo ULV โดยมีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกันคือ U150 ทีมีขนาดหน้าจอกะทัดรัด 11.6 นิ้ว สนับสนุน Windows 7 สำหรับราคาของ IdeaPad U150 จะเริ่มต้นที่ 585 เหรียญฯ (ประมาณ 19,600 บาท) และมีน้ำหนักแค่ 2.98 ปอนด์ (ประมาณ 1.35 กิโลกรัม)
สำหรับ IdeaPad U550 เป็นโน้ตบุ๊ก Windows 7 อีกรุ่นหนึ่งทีมีขนาด (15 นิ้ว) และฟังก์ชันประมาณ MacBook (พยายามเทียบรุ่นน่ะครับ) ทำให้มันเป็นโน้ตบุ๊กที่ไฮบริดระหว่างโน้ตบุ๊กใช้งานหลักกับโน้ตบุ๊กรุ่นบางเบา โดยมาพร้อมกับกราฟิกบนเมนบอร์ด และการ์ดแยกต่างหาก ซึ่งเป็น ATI Mobiility Radeon HD4330 สนนราคาเริ่มต้นของโน้ตบุ๊กรุ่นนี้อยู่ที่ 650 เหรียญฯ (ประมาณ 22,000 บาท
ระวัง!!! ฟิชชิ่งฉกบัญชีผู้ใช้ HotMail
ไมโครซอฟท์ยอมรับผู้ใช้บริการฮอตเมล์ (Hotmail) กว่าหมื่นแอคเคาต์กำลังถูกโจมตีด้วยเทคนิคที่เรียกว่า ฟิชชิ่ง (Phishing) โดยจุดเริ่มต้นของการโจมตีมาจากทางยุโรป ยูสเซอร์เนมและพาสเวิร์ดของผู้ใช้ที่โดนโจมตีจะถูกโพสต์ขึ้นออนไลน์ ซึ่งขณะนี้ทางไมโครซอฟท์ กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินแก้ปัญหาในขั้นต่อไป
การโจมตีด้วยฟิชชิ่ง หมายถึงการใช้เว็บไซต์ปลอม เพื่อหลอกให้ผู้ใช้เปิดเผยรายละเอียดข้อมูลสำคัญๆ อย่างเช่น หมายเลขบัญชีธนาคาร หรือบัตรเครดิต ตลอดจน ยูสเซอร์เนมที่ใช้ในการล็อกอิน "เราทราบว่า ข้อมูลของลูกค้าผู้ใช้บริการ WIndows Live Hotmail ถูกหลอกเอาไปอย่างผิดกฎหมาย และมีการนำไปเผยแพร่บนเว็บไซต์" ตัวแทนบริษัทไมโครซอฟท์ กล่าว "ขณะนี้เราได้เริ่มตรวจสอบความเสียหาย และผลกระทบที่จะเกิดกับลูกค้าผู้ใช้บริการแล้ว" Graham Cluley ที่ปรึกษาฝ่ายระบบรักษาความปลอดภัยจาก Sophos กล่าวว่า ข้อมูลของผู้ใช้ฮอตเมล์ที่ถูกเผยแพร่ออกมาอาจจะเป็นแค่บางส่วนเท่านั้น "เรายังไม่ทราบระดับความรุนแรงของปัญหาที่เกิดขึ้น" Cluley กล่าว นอกจากนี้บล็อกทางด้านเทคโนโลยีอย่าง neowin.net ซึ่งเป็นที่แรกที่เผยแพร่รายละเอียดของการโจมตีออกมา โดยระบุว่า บัญชีผู้ใช้ฮอตเมล์ถูกโพสต์บนเว็บไซต์ pastenbin.com ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมทีผ่านมา ปกติเว็บไซต์ดังกล่าวจะใช้สำหรับการแชร์โค้ดของเหล่านักพัฒนาโปรแกรม
แม้ว่ารายละเอียดของผู้ใช้ที่โดนฟิชชิ่งจะถูกลบออกไปแล้ว แต่จากรายชื่อที่พบ 10,028 รายชื่อ พบว่า มันจะเรียงตามตัวอักษรจาก A ถึง B เท่านั้น นั่นอาจหมายถึง รายชื่อบัญชีผู้ใช้ที่ถูกหลอกไปทั้งหมดอาจจะมีมากกว่านี้ก็ได้ ตามรายงานข่าวมีการยืนยันด้วยว่า บัญชีผู้ใช้ฮอตเมล์เหล่านั้นมีตัวตนจริง โดยมีจุดเริ่มต้นจากในยุโรป สำหรับรายละเอียดที่ปรากฎในเว็บไซต์ประกอบด้วยบัญชีผู้ใช้ (username และ password) Windows Live Hotmail ของ Microsoft ซึ่งได้แก่อีเมล์แอดเดรสที่ลงท้ายด้วย hotmail.com, msn.com และ live.com
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้ใช้ Hotmail เปลี่ยนพาสเวิร์ดเป็นการด่วน "ผมอยากจะแนะนำให้ผู้ใช้เปลี่ยนพาสเวิร์ดบนเว็บไซต์ต่างๆ ที่ใช้บริการอยู่ด้วย" (เพราะพาสเวิร์ดของบริการเหล่านั้นอาจปรากฎอยู่ในอีเมล์ hotmail) ประมาณ 40% ของผู้ใช้มักเลือกใช้พาสเวิร์ดเดียวสำหรับทุกเว็บไซต์ที่เยี่ยมชม เขากล่าว ปัจจุบันฮอตเมล์เป็นบริการฟรีอีเมล์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
edit @ 13 Nov 2009 21:15:36 by TEC No gM ...***
edit @ 16 Nov 2009 20:04:14 by TEC No gM ...***
edit @ 21 Nov 2009 09:28:42 by TEC No gM ...***
edit @ 28 Nov 2009 18:54:58 by TEC No gM ...***
edit @ 5 Dec 2009 14:15:49 by TEC No gM ...***
edit @ 25 Jan 2010 20:28:37 by TEC No gM ...***
edit @ 25 Jan 2010 21:00:42 by TEC No gM ...***
edit @ 25 Jan 2010 21:52:24 by TEC No gM ...***
edit @ 25 Jan 2010 22:16:18 by TEC No gM ...***
edit @ 26 Jan 2010 19:33:56 by TEC No gM ...***
edit @ 26 Jan 2010 19:42:24 by TEC No gM ...***
edit @ 30 Jan 2010 11:47:29 by TEC No gM ...***
edit @ 30 Jan 2010 12:33:13 by TEC No gM ...***